นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ 29 กุมภาพันธ์ 2559 อยู่ที่ประมาณ 6 ล้านล้านบาท หรือ 44.13% ของอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจประเทศ (จีดีพี) โดยเพิ่มขึ้นสุทธิ 2.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ในประเทศ 5.6 ล้านล้านบาท หรือ 94.12% ของหนี้สาธารณะทั้งหมด และหนี้ต่างประเทศ 3.5 แสนล้านบาท (ประมาณ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) หรือ 5.88% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด และแบ่งเป็นหนี้ระยะยาว 5.7 ล้านล้านบาท หรือ 95.33% และหนี้ระยะสั้น 2.8 แสนล้านบาท หรือ 4.67% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด
ทั้งนี้แบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาลจำนวน 4.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7 หมื่นล้านบาท จากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และการกู้เงินเพื่อการลงทุนจากแหล่งเงินกู้ในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้กู้ต่อในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีเขียว โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น และเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง 3 แห่ง โครงการปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัย 8 สายทาง และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง เป็นต้น หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1 ล้านล้านบาท ลดลง 134 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 5.2 แสนล้านบาท ลดลง 2.6 พันล้านบาท และหนี้หน่วยงานของรัฐ 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.31 ล้านบาท
นายสุวิชญกล่าวว่า ในเดือนพฤษภาคม กระทรวงการคลังมีแผนที่จะออกพันธบัตรออมทรัพย์วงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท เป็นพันธบัตรระยะ 5 ปีและ 10 ปี เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและชดเชยพันธบัตรจากโครงการไทยเข้มแข็งมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท ที่จะครบกำหนดในเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะต่ำที่สุดเท่าที่เคยออกพันธบัตรมา อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยก็ขึ้นอยู่กับขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอตัวเลขให้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังพิจารณา

