นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นเริ่มส่งผลต่อความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 มากขึ้น โดยสะท้อนจากยอดการสมัครขอสินเชื่อที่เข้ามามีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยช่วงที่ผ่านมายอดสินเชื่อคงค้างของธุรกิจเอสเอ็มอีขยายตัวที่ราว 1% หรือยอดคงค้างราว 7 แสนล้านบาท จากที่ตั้งเป้าหมายว่าทั้งปีจะขยายตัว 4-6% หรือต้องมียอดสินเชื่อใหม่เข้ามาราว 2.4 หมื่นล้านบาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่ขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมาย ทำให้ช่วงที่เหลือธนาคารต้องเร่งการขยายตัวสินเชื่อโดยต้องเพิ่มยอดสินเชื่อใหม่ เป็น 2.6-2.8 หมื่นล้านบาทต่อเดือน คาดว่าจะเริ่มมียอดเข้ามามากขึ้นในช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นไป ล่าสุด ได้ร่วมกับ ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด สนับสนุนสินเชื่อแฟรนไชส์เปิดร้านกาแฟมวลชน โดยให้ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟมวลชน มีขนาดธุรกิจให้ผู้ลงทุนเลือกถึง 4 รูปแบบ เงินลงทุนตั้งแต่ 3 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำปีแรกที่ 3.75% โดยให้กู้สูงสุด 6 ปี โดยปีนี้คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อ 200 ล้านบาท
นายสุรัตน์ กล่าวว่า ธุรกิจแฟรนไชส์มีอัตราเติบโตสูง มูลค่าตลาดของธุรกิจแฟรนไชส์อยู่ที่ประมาณกว่า 200,000 ล้านบาท ในปี 2560 และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 10-15% ในปี 2561 โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อใหม่ธุรกิจแฟรนไชส์ขยายตัว 20% หรือมูลค่า 900 ล้านบาท ช่วงที่ผ่านมามียอดสินเชื่อใหม่เข้ามาแล้ว 400 ล้านบาท ช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะมียอดสินเชื่อใหม่เข้ามาอีก 500 ล้านบาท ปัจจุบันยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2.43 พันล้านบาท และสิ้นปีคาดว่ายอดคงค้างสินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์จะอยู่ที่ 2.62 พันล้านบาท ปัจจุบันยอดสินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ของธนาคารสัดส่วนมากสุด ได้แก่ เซเว่นอิเลฟเว่น เดอะ พิซซ่าคอมปานี สเวนเซ่น แดรี่ควีนส์ และอะเมซอน
นายสุรัตน์ กล่าวอีกว่า ด้านคุณภาพสินเชื่อเอสเอ็มอียังทรงตัวและมองว่ามีทิศทางที่จะปรับดีขึ้น โดยสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 5% ซึ่งสินเชื่อใหม่เป็นเอ็นพีแอลลดลง แต่เอ็นพีแอลสินเชื่อเดิม เช่น สินเชื่อเกษตรที่เคยเป็นเอ็นพีแอลแล้วกลับมาเป็นเอ็นพีแอลอีกก็มีส่วนหนึ่ง ซึ่งหากการขยายสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มมากขึ้นสัดส่วนเอ็นพีแอลจะทยอยลดลงในระยะต่อไป

