หน้าแรก เศรษฐกิจ คนไทยโอดค่าคร...

คนไทยโอดค่าครองชีพพุ่ง รายได้ต่ำกว่ารายจ่ายอื้อ จี้รัฐขึ้นค่าจ้างแรงงาน 5-7%

20.04.16 | 09:35 น.

นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) “ค่าครองชีพไทยแพงจริงหรือ? ในภาวะภัยแล้งและเงินเฟ้อติดลบ” ว่าได้ทำการสำรวจช่วงวันที่ 25 มีนาคม-11 เมษายน 2559 จำนวน 1,356 ตัวอย่าง พบว่า ปี 2558 รายได้เฉลี่ย 1 เดือนต่อครัวเรือนอยู่ที่ 26,915 บาท เพิ่มขึ้น 6.83% จากปีก่อน รายจ่ายเฉลี่ย 1 เดือนต่อครัวเรือนอยู่ที่ 21,157 บาท เพิ่มขึ้น 11% หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน 156,770 บาท ลดลง 3.87% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ -0.90% อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 2.8%

นางอุมากมลกล่าวว่า จะเห็นว่าปีที่ผ่านมาอัตราการเพิ่มของรายได้ยังน้อยกว่าอัตราการเพิ่มของรายจ่าย ปีนี้ศูนย์มองว่าแนวโน้มรายได้และรายจ่ายก็ยังเพิ่มขึ้น ส่วนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 3-3.5% การส่งออก 0-2% และอัตราเงินเฟ้อ -0.5 ถึง 0.5%

“เมื่อเทียบรายได้และค่าใช้จ่ายปัจจุบันกับ 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่า 41.2% มีรายได้พอดีกับค่าใช้จ่าย 27.6% มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย และ 31.2% มีรายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย ซึ่งกลุ่มหลังสุดนี้ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ผู้รับจ้างในภาคเกษตร และรับจ้างรายวัน เมื่อรายได้ไม่พอจ่ายจะมีการกู้ยืมทั้งในและนอกระบบ และนำเงินออมมาใช้ นอกจากนี้กว่า 43.6% เตรียมเงินไว้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้สำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค และค่าเทอม เรียนเสริม ดังนั้นกลุ่มผู้มีปัญหาจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลควบคุมราคาสินค้า ปรับเงินเดือนหรือค่าจ้างให้เหมาะสมกับค่าครองชีพในปัจจุบัน เร่งและเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” นางอุมากมลกล่าว

นางอุมากมลกล่าวว่า สินค้าที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าราคาสูงขึ้น ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา อาหารทะเล ผลไม้ อาหารจานเดียว ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ปัจจัยทางการเกษตร ค่าเทอม/ค่ากวดวิชา ราคาที่สูงขึ้นนี้เพราะประชาชนเทียบกับหลายปีก่อนแล้วราคาสูงขึ้น ได้ของปริมาณลดลงในราคาเท่าเดิม ทำให้ประชาชนปรับพฤติกรรมด้วยการซื้อของเท่าที่จำเป็น ซื้ออย่างมีเหตุผล ประหยัดมากขึ้น ใช้จ่ายน้อยลงโดยลดปริมาณหรือลดจำนวนในการซื้อลงจากปกติใช้จ่ายเหมือนเดิม และเปรียบเทียบความแตกต่างก่อนซื้อ อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยังรับได้กับทุกกลุ่มสินค้า เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น เนื่องจากเป็นราคาที่ปรับตามกลไกตลาด

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้ไม่จริงที่ว่าค่าครองชีพไทยแพง ประชาชนมองราคาสินค้าที่สูงขึ้น ในภาวะเงินเฟ้อติดลบจากราคาเชื้อเพลิงที่ลดลงเป็นหลัก และมีภัยแล้ง เนื่องจากประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร และผู้รับจ้างรายวัน รายได้ไม่ขึ้นมา 3 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ที่มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ทำให้มีรายได้ไม่พอรายจ่าย อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ไม่กระเตื้องหลายปีติด การส่งออกยังติดลบ เงินหายจากระบบ ทำให้คนไม่มีเงินพอใช้จ่าย

Advertisement

“กลุ่มใช้แรงงานที่ขอให้มีการปรับค่าแรงนั้น อาจจะต้องหารือร่วม 3 ฝ่ายทั้งภาคผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบการ และรัฐ อย่างไรก็ตาม หากมีพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงได้ อัตราที่มีความเป็นไปได้คือ 3-5% จากฐานค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท หรือเพิ่มเป็น 310 บาท เชื่อว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้แรงงานได้ โดยกลุ่มที่ปรับขึ้นก่อนควรเป็นพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรมในภาคกลางและตะวันออก และทยอยเพิ่มในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งอาจจะเพิ่มค่าแรงในแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากันตามปัจจัยต่างๆ ที่มีไม่เหมือนกัน เช่น ค่าครองชีพ ศักยภาพผู้ประกอบการ” นายธนวรรธน์กล่าว และว่า ในภาวะรายได้ของเกษตรกรและผู้รับจ้างรายวันไม่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจไม่ฟื้น รัฐควรเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ปรับโครงสร้างภาษีกระตุ้นการใช้จ่าย เร่งเบิกจ่ายงบตำบลเพื่อสร้างงานและรายได้ หากไม่สามารถดึงเศรษฐกิจให้ฟื้นมาได้ เศรษฐกิจไทยจะซึมยาว คนไทยก็จะไม่กล้าใช้จ่าย และประหยัดมากขึ้น