นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงคมนาคม ถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) 19 เมษายนว่า ครม.ได้อนุมัติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ระยะทาง 21.2 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 82,907 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้างงานโยธา 76,632 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา 2,789 ล้านบาท และค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 3,486 ล้านบาท ลดลงจากวงเงินเดิมที่กำหนดไว้ 85,483 ล้านบาท หรือลดลง 2,576 ล้านบาท เนื่องจากมีการพิจารณาใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดย ครม.ได้เร่งประกวดราคาเพื่อหาผู้รับเหมาให้ได้ภายใน 2 เดือน หรือภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้เริ่มก่อสร้างได้ในปีนี้
“ก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โครงการนี้แล้ว 9,625 ล้านบาท เมื่อรวมกับงบประมาณที่ ครม.อนุมัติครั้งนี้ จะมีวงเงินรวม 92,532 ล้านบาท โดยจะใช้วัสดุในประเทศ 94% ส่วนที่เหลืออีก 6% จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น บันไดเลื่อน หรือลิฟต์ เป็นต้น ทั้งนี้มั่นใจว่าจะสามารถประกวดราคาเพื่อหาผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินโครงการได้ตามระยะเวลาที่ ครม.กำหนดแน่นอน”
สำหรับโครงการนี้จะมีโครงการใต้ดินประมาณ 12.2 กม. ทางยกระดับ 9 กม. มี 17 สถานี แบ่งเป็นสถานีใต้ดิน 10 สถานี สถานียกระดับ 7 สถานี โดย รฟม.ต้องไปพิจารณาว่าจะสามารถปรับปรุงแบบก่อสร้างเพื่อลดต้นทุนได้อีกหรือไม่ เพราะวงเงินที่ ครม.อนุมัติเป็นกรอบที่กำหนดไว้เท่านั้น แต่สามารถปรับลดลงได้อีก ขณะเดียวกัน ครม.ได้เห็นชอบให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ และให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณประจำปีเพื่อให้ รฟม.ดำเนินโครงการได้เพียงพอ
นายอาคม กล่าวถึงอาคารจอดแล้วจร 1 แห่งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นว่าควรให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน รวมถึงการพัฒนาพื้นที่สองข้างทางด้วย หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีพื้นที่ตรงไหนสามารถพัฒนาเป็นอาคารจอดแล้วจรได้อีกก็สามารถก่อสร้างเพิ่มเติมได้ ส่วนการเชื่อมต่อส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีที่ให้บริการในปัจจุบัน จากสถานีบางซื่อ ไปยังสถานีเตาปูน ระยะทาง 1 กม. รวม 1 สถานี เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ที่จะเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคมนี้นั้น ครม.ยังไม่เห็นด้วยที่มีการเสนอให้จ้างบริษัท ทางด่วนละรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เดินรถ 2 ปี เพราะต้องการให้จ้างเดินรถเท่าอายุสัมปทานของรถไฟฟ้าใต้ดิน คือ สิ้นสุดปี 2572 จึงให้คณะกรรมการตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 35) กลับไปพิจารณารายละเอียดกลับมาใหม่อีกครั้ง

