รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงานได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบริหารและการใช้เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน หลังจากที่นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เสนอรายชื่อต่อพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (บอร์ดกองทุนอนุรักษ์พลังงาน) เห็นชอบก่อนหน้านี้แล้ว
รายงานข่าวระบุว่า หนังสือคำสั่งดังกล่าวระบุว่า จากกรณีปรากฎข่าวทางสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง เกี่ยวกับกรณีการบริหารและใช้เงินกองทุนจากกองทุนอนุรักษ์ฯว่า มีการบิดเบือน ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีการดำเนินการที่ไม่ชอบมาพากล ขาดความโปร่งใส ไม่ถูกต้องตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องฉะนั้น เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงโดยละเอียดในเบื้องต้นว่า การดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการบริหารและการใช้งบกองทุนฯดัวกล่าว ได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ กฏหมายหรือไม่ อย่างไร และมีผู้ใดเกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องนั้นๆ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน เจ้าหน้าที่ และข้าราชการของกระทรวงพลังงาน ด้วยความเห็นของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนอนุรักษ์ฯ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯ ทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย 1. น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช รองปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน 2.นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล ผู้ตรวจการอัยการ เป็นกรรมการ 3. พล.ต.ต.บรรฑป สุคนธมาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระดับสูง สำนักงานรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง)เป็นกรรมการ
4.พ.ต.อ.ประเวทย์ มูลประมุข ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดยุติธรรม เป็นกรรมการ 5. นายวรัชญ์ เพชรร่วง ผู้อำนวยการกองกำกับและพัฒนาระบบเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการ 6.น.ส.รุจิรา ญาณะเหล็ก นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ 7. นายธรรมรงค์ชัย วงษ์สวัสดิ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
รายงานข่าวระบุว่า รายละเอียดหนังสือยังให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วและเสนอรายงานผลตรวจสอบพร้อมความเห็นที่เกี่ยวข้อง(ถ้ามี) มายังกระทรวงพลังงานภายในวันที่ 5 กันยายน 25651 เพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบอร์ดกองทุนอนุรักษ์พลังงนตามลำดับต่อไป กรณีที่ไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ประธานกรรมการขอขยายระยะเวลาดำเนินการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

