เมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 29 สิงหาคม ที่ศาลากลางจังหวัดยโสธร นางมะลิจิตร เอกตาแสง อายุ 57 ปี นายสมัย คดเกี้ยว อายุ 59 ปี กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย พร้อมด้วยกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย กว่า 200 คน ได้เดินทางมาเข้าพบนายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พล.ท.เดชอุดม นิชรัตน์ รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค.2 และพ.อ.เพื่อประชุมหารือการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อน จากกรณีกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร คัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่กำลังก่อสร้างใน ต.ปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งโรงงานดังกล่าวอยู่ในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร
จากนั้นเจ้าหน้าได้แจ้งให้แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย 10 คน เข้าร่วมประชุม ที่ห้องหมอนขิด ศาลากลางจังหวัดยโสธร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมรับฟังด้วย
นางมะลิจิตร กล่าวในที่ประชุมว่า กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย มีจุดประสงค์เข้าพบเพื่อพูดคุยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เพื่อขอให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาตรวจสอบข้อเท็จจริงในการมีส่วนร่วม ทรัพยากร และสุขภาพ ทางกลุ่มยืนยั่นว่ารายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ทางษริษัทโรงงานน้ำตาลทำมานั้นไม่มีความเป็นธรรมกับชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเลย หากแต่งตั้งได้จริงทางกลุ่มอนุรักษ์ขอให้มีนักวิชาการอิสระ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง หากทำได้ขอให้ท่านผู้ว่าทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อแจ้งให้สมาชิกกลุ่มทราบด้วย
“ยืนยันว่าที่เคลื่อนไหวไม่มีนัยยะทางการเมือง แต่ทำเพื่อปกป้องชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ หากโรงงานเกิดขึ้นจริงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่จะเปลี่ยนไปแน่นอน”นางมะลิจิตร กล่าว
อย่างไรก็ตามหลังจากประชุมหารือนานกว่า 2 ชั่วโมง นายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่า ที่ประชมุมีมติแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อมาศึกษาผลกระทบ ซึ่งทางจังหวัดจะส่งหนังสือแจ้งไปถึงกลุ่มอนุรัก์ลำน้ำเซบายภายใน 7 วัน
พล.ท.เดชอุดม กล่าวว่าวันนี้มาร่วมประชุมหารือการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อน จากกรณีกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร คัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล จากผลการประชุมนั้นมีมติให้ตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อศึกษาผลกระทบ แต่ต้องมีการประชุมอีกครั้งเพื่อเสนอคณะทำงานศึกษาอีกครั้ง โดยจะมี กอ.รมน.จังหวัดยโสธรเป็นคนกลาง

