หน้าแรก เศรษฐกิจ สภาสถาปนิกแจง...

สภาสถาปนิกแจง ดำเนินการ ‘ดวงฤทธิ์’ กรณีลอกแบบ ‘อาคารใหม่สุวรรณภูมิ’ ไม่ได้ เหตุไม่มีผู้ร้อง

31.08.18 | 15:48 น.

ภายหลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการชนะการออกแบบ อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งบริษัทของ นายดวงฤทธิ์ บุนนาค ได้รับคัดเลือก แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ชนะในการออกแบบ โดยยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการออกแบบดังกล่าว คล้ายกันกับงานออกแบบของสถาปนิกชาวญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม สภาสถาปนิก แถลงข่าว กรณีการคัดเลือกผู้ออกแบบอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสาธารณะเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ออกแบบอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งผลปรากฏว่าผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไม่ใช่ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดด้านเทคนิค และเป็นที่สนใจของสาธารณะตามที่เป็นข่าว และงานตามการคัดเลือกดังกล่าวเป็นงานวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมนั้น
สภาสถาปนิกในฐานะที่เป็นองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม ขอเรียนชี้แจงดังนี้

ประเด็นการพิจารณาคัดเลือกผู้ออกแบบ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ใช้เกณฑ์คุณภาพในการตัดสินคัดเลือกผู้ออกแบบอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 2 เป็นการพิจารณาเฉพาะคะแนนด้านเทคนิค โดยไม่ใช้ราคาเป็นส่วนประกอบในเกณฑ์การตัดสิน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการวิชาชีพสถาปัตยกรรม ตลอดจนแนวทางตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ทอท. ดำเนินการจัดจ้างด้วยข้อบังคับพัสดุของ ทอท. โดยมีกรรมการคัดเลือกและผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานภายนอกร่วมด้วย และให้เกียรติเชิญสภาสถาปนิกร่วมเป็นที่ปรึกษา ซึ่งแม้ว่าจะไม่นำราคามาเป็นส่วนประกอบในเกณฑ์การตัดสิน แต่ถือว่าเอกสารด้านราคาเป็นสาระสำคัญ จนทำให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้ที่มีคะแนนด้านเทคนิคสูงสุด

Advertisement

โดยทั่วไป ตามข้อบังคับพัสดุหรือเงื่อนไขในการคัดเลือกจ้าง คณะกรรมการคัดเลือกควรมีสิทธิ์ ที่จะใช้ดุลพินิจในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน หรือเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจ้าง หากไม่สามารถตัดสินใจได้สามารถหารือไปยังคณะกรรมการที่กำกับดูแลตามข้อบังคับพัสดุที่มีอำนาจวินิจฉัย หรือหารือด้านแนวปฏิบัติไปยังหน่วยงานหรือคณะกรรมการอื่นที่เกี่ยวข้องและมีความชำนาญ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่องานจ้าง

อนึ่ง ผู้แทนสภาสถาปนิกในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการคัดเลือกได้เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารโครงการ ในประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การศึกษาความเหมาะสม การจัดทำโปรแกรมความต้องการพื้นที่ใช้สอย การดำเนินโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ควรมีที่ปรึกษาด้านบริหารโครงการ (Project Management Consultant) ตำแหน่งที่จะก่อสร้างไม่สอดคล้องกับผังแม่บทเดิม

นอกจากนี้การเร่งดำเนินการก่อนที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ การไม่ได้ใช้วิธีการประกวดแบบซึ่งมี 2 ขั้นตอน ทำให้มีผู้เสนองานน้อยราย อาจไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดในการคัดเลือกผู้ออกแบบ และทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา

ประเด็นการลอกแบบสภาสถาปนิก

มีข้อบังคับสภาสถาปนิกว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ.๒๕๕๘ เกี่ยวกับการห้ามลอกแบบ ดังนี้

“ข้อ 23 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ลอก หรือใช้ แบบ รูป แผนผัง ผัง หรือเอกสารที่เกี่ยวกับงานของผู้ประกอบวิชาชีพรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่เป็นการนำงานเดิมมาใช้เพื่อการซ่อมแซม ดัดแปลง ปรับปรุงต่อเติมหรือเคลื่อนย้ายหรือเป็นการเผยแพร่ผลงานเพื่อการศึกษาภายใต้กฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์”

สำหรับงานที่กำลังอยู่ในความสนใจของสาธารณะ และรูปแบบที่ได้รับการคัดเลือก ถูกนำไปเปรียบเทียบกับงานออกแบบของสถาปนิกต่างชาตินั้น ผู้ออกแบบได้ชี้แจงว่าเป็นแนวคิดของผู้ออกแบบเอง และมีหลักฐานที่แสดงว่ามีการพัฒนาแนวคิดไปในทิศทางเดียวกับงานที่เคยออกแบบไว้ในอดีตจนถึงเวลานี้ยังไม่มีการร้องเรียนมายังสภาสถาปนิก และสภาสถาปนิกยังไม่มีหลักฐาน แบบ รูป แผนผัง ผังหรือเอกสาร เพียงพอที่จะดำเนินการเรื่องนี้ได้

แบบของ Kengo Kuma’s Yusuhara Wooden Bridge Museum

แบบสุวรรณภูมิใหม่ ของดวงฤทธิ์ บุนนาค

ภาพจาก worldarchitecture