นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในเขตจ.ปราจีนบุรี ว่า วันที่ 1 กันยายน 2561 ระดับ น้ำที่ท่วมขังส่วนใหญ่ลดลงแล้ว คงเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบริเวณตลาดเก่าอำเภอกบินทร์บุรี และพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งได้วางมาตรการในการเร่งการระบายน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีและการช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 5 มาตรการ ดังนี้ 1.ปิดการ ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา 2. รับน้ำเข้าทุ่งท่าแห ฝั่งขวาแม่น้ำปราจีนบุรี วันละ 5.6
ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา 3. รับน้ำเข้าทุ่งบางพลวง ฝั่งซ้ายแม่น้ำปราจีนบุรี วันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา 4. เปิดบานระบายน้ำ เขื่อนทดน้ำบางปะกงพ้นน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด 5. ติดตั้ง เครื่องสูบน้ำในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี 5 เครื่อง และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 3 เครื่อง เร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง
นายทองเปลวกล่าวว่า ทั้งนี้ได้มีการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำท่ากระบาก จ.สระแก้ว โดยเป็นการส่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรพื้นที่ท้าย อ่างฯ วันละ 74,000 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ส่วนเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก 85 ลบ.ม./วินาที ในขณะที่แม่น้ำนครนายกสามารถรับน้ำได้ 230 ลบ.ม./วินาที ดังนั้นน้ำที่ระบายจากอ่างเก็บน้ำท่ากระบาก และเขื่อนขุนด่านปราการ ชล จึงไม่ส่งผลต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำนครนายก และแม่น้ำปราจีนบุรี
นายทองเปลวกล่าวว่า บ้านท่าโรง หมู่ 1 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ มีแม่น้ำปราจีนบุรีไหลเข้าพื้นที่ เนื่องจากท่อลอดถนนไม่มีบาน น้ำจึงไหลเข้าบ้านท่าโรงในพื้นที่ทุ่งบางพลวงไปลงคลองหาดยาง การระบายน้ำในพื้นที่เป็นไปได้ดี ระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำ(ปตร.)ปากคลองหัวกรด มีเครื่องสูบน้ำช่วยเร่งระบาย ขนาด 8 นิ้ว 2 เครื่อง ไปออกทางปตร.น้ำเคี้ยม และระบายน้ำออกทาง ปตร.คูมอญ ปตร.บางกระดาน และปตร.บางกระเจ็ด ตามลำดับ ไม่มีผลกระทบในพื้นที่เช่นกัน
สำหรับเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี พื้นที่มูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรี รวมทั้งโบสถ์และพิพิธภัณฑสถาน วัดแก้วพิจิตร พระอารามหลวง ยังไม่มีน้ำท่วม เนื่องจากเทศบาลเมืองปราจีนบุรี มีเขื่อนป้องกันตลิ่งสูงกว่าระดับน้ำปัจจุบัน 35 เซนติเมตร ขณะที่ ระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณเทศบาลเมืองปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานใน พื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ที่จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้
ตลอด 24 ชั่วโมง

