นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย (Thai Industries Sentiment Index: TISI) ประจำเดือนมีนาคม 2559 จำนวน 1,202 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. แยกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อม อุตสาหกรรมขนาดกลาง และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ร้อยละ 29.0, 34.9 และ 36.1 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ร้อยละ 38.7, 13.6, 16.0, 10.7 และ 21.0 ตามลำดับ และแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดในประเทศ และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดต่างประเทศ ร้อยละ 80.5 และ 19.5 ตามลำดับ
ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ระดับ 86.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 85.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 และถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังจากปรับตัวลดลงติดต่อกัน 2 เดือน ปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อค่าดัชนีฯ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนภาครัฐเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้างมียอดคำสั่งซื้อและยอดขายเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกันเดือนมีนาคมมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการขายในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น อีกทั้งผู้ประกอบการได้เร่งการผลิตสินค้าเพื่อรองรับวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีฯยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังอยู่ในระดับที่ไม่ดี
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 98.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 100.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มตัวอย่างยังมีความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการ ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาภัยแล้ง การระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศ ขณะที่ต้นทุนประกอบการปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งความกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกจากการแข็งค่าของเงินบาท
นายเจนกล่าวว่า ผู้ประกอบการมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ คืออยากให้เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณโดยเฉพาะงบลงทุนในโครงการที่รัฐบาลได้อนุมัติไปแล้ว รวมถึงเร่งเจรจาการค้ากับประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อขยายตลาด ลดอุปสรรคทางการค้าและมาตรการกีดกันสินค้าที่มิใช่ภาษี อีกทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนขยายกิจการในต่างประเทศ เพื่อใช้สิทธิพิเศษทางการค้าต่างๆ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้สินค้าภายในประเทศเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย และป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพเข้ามาในประเทศ และเร่งดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

