หน้าแรก เศรษฐกิจ ธพว.ผนึกพณ.ปั...

ธพว.ผนึกพณ.ปั้นผู้ผลิตสินค้าเกษตรนวัตกรรม ดันทุกรายผ่านเกณฑ์ API(ชมคลิป)

4.09.18 | 16:42 น.

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบสินค้านวัตกรรม ระหว่าง ธพว. และกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ว่า ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จะร่วมสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรม เพื่อก่อตั้งธุรกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนให้ความรู้

นายมงคล กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 600 ราย แต่ผ่านคุณสมบัติของสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม (สกน.) หรือ API เเพียงบางรายเท่านั้น ทั้งนี้ธพว.ได้ตั้งเป้าหมาจะผลักดันให้ผู้ประกอบการทั้งหมดผ่านคุณสมบัติได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยกรมการค้าต่างประเทศจะเป็นผู้คัดกรองผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและต้องการแหล่งเงินทุน ส่วนธพว.จะสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ อาทิ สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 คิดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 7 ปี ปลอดชำระเงินต้น 3 ปีแรก แต่ผู้ประกอบการต้องเข้าสู่กระบวนการพัฒนาความรู้ของธพว.ก่อน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีปัญหาการเงินสามารถกู้ได้ด้วย วงเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนวันละ 400 บาท และยังมีสินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว สำหรับบุคคลธรรม และนิติบุคคลในธุรกิจแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชน และเชื่อมโยงต่อเนื่อง รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีนวัตกรรม เปิดให้กู้นาน 7 ปี โดย 3 ปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี วงเงินกู้ 1 ล้านบาท เฉลี่ยผ่อนจ่ายวันละ 460 บาท เป็นต้น

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสถาบันการเงิน ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรมให้สามารถเข้าถึงแหล่งลงทุน เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจและพัฒนาต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าขึ้น ตามนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0

สำหรับสถาบัน API ภายใต้การดูแลของกรมการค้าต่างประเทศ เป็นแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีมติจากที่ประชุมนโยบายคณะบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยแนวคิดจั้งตั้ง API เพื่อสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวกับนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดได้ “การวิจัยส่วนใหญ่ของประเทศไทย เป็นการวิจัยโดยใช้ความชอบส่วนตัวเป็นหลักจึง ทำให้เห็นความสำเร็จน้อยมาก สถาบัน API ได้เล็งเห็นถึงเรื่องนี้ จึงมีแนวคิดจะคัดเลือกนักวิจัยเข้ามาร่วมกับสถาบัน โดยจะทำการคัดกรองจากงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และสามารถส่งออกสู่ต่างประเทศได้” นายอดุลย์กล่าวและว่า ทั้งนี้ สถาบันได้จัดสรรงบประมาณให้ผู้วิจัยรายเล็ก รายละ 40 ล้านบาท สามารถยื่นของบได้กับธพว. รวมถึงธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

Advertisement

นายอดุลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีงานวิจัยที่สำเร็จและเห็นผลแล้ว 2 โครง คือ 1.ผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวยาคู ที่นำข้าวรวงอ่อนที่ออกรวงมา 7-12 วันมาผลิตเป็นเครื่องดื่ม ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าข้าวรวงอ่อนได้ถึง 32,000 บาทต่อตัน 2.ผลิตภัณฑ์ฟองข้าวสุรดา เป็นแผ่นซับเลือดที่สามารถย่อยสลายเองได้ โดยมีการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าสามารถใช้ได้จริง มีราคาจำหน่ายแผ่นละ 100 บาท โดยทั้ง 2 โครงการนี้ได้รับผลตอบรับที่ดี จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ