“ดร.ซุป”ย้ำเอเชียต้องผนึกกำลังกลุ่มจีเอ็มเอสฯ ท่ามกลางศก.โลกโตกระท่อนกระแท่น

5.09.18 | 16:43 น.

นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประชุมสัมมนานานาชาติเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ของอนุภาคลุ่มน้ำโขงว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ในปัจจุบันมีความคืบหน้าพอสมควร โดยประเมินว่าสัดส่วนการค้าจีเอ็มเอสในภูมิภาคจะขยายตัวได้อย่างน้อย 15% จากสัดส่วนปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 10% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการพัฒนาในช่วง 25 ปีที่มีสัดส่วนเพียง 2% จึงทำให้การร่วมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมีศักยภาพการแข่งขันได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศต่างๆ จะต้องปรับตัวกฎหมายหรือระเบียบพิธีการทางศุลกากรให้สอดคล้องกับข้อตกลงจีเอ็มเอสมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการค้าการลงทุน รวมถึงการรวมประเทศสมาชิกยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (แอคเมคส์) และความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจแม่โขง-ล้านช้าง หรือความร่วมมือกับจีน เพื่อผนึกกำลังทางเศรษฐกิจ

“สำหรับความผันผวนทางเศรษฐกิจหรือวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ เช่น อินโดนีเซีย เป็นผลมาจากการเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจที่มากเกินไปในช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับกำลังซื้อของชนชั้นกลางในสหรัฐยังไม่ดีขึ้น และระบบธนาคารในยุโรปยังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง แนวโน้มเศรษฐกิจโลกจึงอาจจะขยายตัวแบบกระท่อนกระแท่น เพราะฉะนั้นเอเชียจะต้องผนึกกำลังกันเอง โดยความร่วมมือของโครงการต่างๆ ในภูมิภาคจะต้องสอดคล้องหรือไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองที่สำคัญ” นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวว่า ความผันผวนค่าเงินในต่างประเทศ คาดว่าจะไม่กระทบกับเอเชียมากนัก เนื่องจากเอเชียกำลังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจใหม่ สำหรับไทยเองมีบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้สถานะทางการเงินของประเทศแข็งแกร่ง โดยประเมินว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัวได้ 4-5% จากการค้า การส่งออกที่ขยายตัวดี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความต่อเนื่องด้านการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและโครงสร้างการผลิตด้านการเกษตรที่จะต้องเพิ่มนวัตกรรมเข้าไปมากขึ้น