ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแม่กลองอย่างใกล้ชิด พร้อมกับวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพฝนที่ตกในพื้นที่ ซึ่งการระบายน้ำผ่านเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนศรีนครินทร์ มีแนวโน้มที่จะปรับการระบายน้ำเพิ่มเป็น 79.86 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ ลงสู่แม่น้ำแม่กลอง และไหลต่อเนื่องมายังเขื่อนทดน้ำแม่กลอง ตามลำดับ
กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำโดยการรับน้ำเข้าระบบชลประทาน ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำแม่กลอง ในอัตรา 307 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายผ่านเขื่อนแม่กลอง 902 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยเพิ่มการระบายครั้งละ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมติดตามผลกระทบด้านท้ายเขื่อนแม่กลองตั้งแต่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ควบคู่ไปด้วยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สภาพลำน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดราชบุรี สามารถรับน้ำได้สูงสุด 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนบริเวณจังหวัดสมุทรสงคราม สามารถรับได้ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทาน ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือและประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิดแล้ว

