นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยถึงการพิจารณาการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย 11.4 ล้านราย วงเงินไม่เกิน 500 บาทต่อเดือนว่า การใช้นโยบายการคลังเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อย ต้องเป็นนโยบายเชิงระบบ ไม่ควรเป็นนโยบายชั่วครั้งชั่วคราว หรือใช้ไม่ได้ผลในระยะปานกลางถึงระยะยาว นอกจากนี้แล้วมองว่าหากไม่ได้พิจารณาภาพรวมนโยบาย อาจจะทำให้มีความยุ่งยากในการดำเนินการพอสมควร ทำให้ต้นทุนการบริหารมีค่าใช้จ่ายสูง และอาจจะสูงกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วยซ้ำ
“การช่วยผู้มีรายได้น้อย ควรจะช่วยลดรายจ่าย สร้างหลักประกันรายได้ โดยการจัดระบบสวัสดิการจะเหมาะสมกว่าการใช้มาตรการปลีกย่อย ทั้งนี้รายละเอียดการใช้จ่ายแต่ละครอบครัวแตกต่างกันไป การกำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายขั้นต่ำประมาณ 8,000 บาท ถึงแม้ว่าจะมีโปรโมชั่นในการคืนเงินภาษี แต่อาจจะไม่ได้จูงใจผู้บริโภคได้ตามเป้าที่รัฐบาลต้องการจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ทั้งยังสร้างความยุ่งยากในการบริหารจัดการ” นายอนุสรณ์กล่าว
นายอนุสรณ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นว่านโยบายนี้เป็นนโยบายประชานิยมหรือต้องการหาเสียง เพื่อปูทางการเลือกตั้งหรือไม่ เบื้องต้นต้องมาพิจารณาผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก่อน หากมีเป้าหมายเพื่อประชาชนเป็นหลัก แล้วประชานิยมเป็นผลพลอยได้ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากต้องการคะแนนนิยม แต่หลักสำคัญต้องพิจารณาการดำเนินนโยบายทั้งระบบ ไม่ใช่ดำเนินนโยบายเป็นชุดๆ หรือเป็นนโยบายรายวัน

