เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีผู้เดือดร้อนจากอุทกภัย ในพื้นที่ลุ่มต่ำชายตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี ตำบลท่าไม้รวก พื้นที่เกษตรกรรมปลูกพืชสวนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยระดับน้ำสูงประมาณ 0.50-1.50 เมตร ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม จนถึงปัจจุบัน ว่าระยะเร่งด่วนกรมชลประทานจะเข้าพื้นที่ไปทำการปั้นคันดินและติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดที่สามารถทำได้โดยขอให้ชาวบ้านในพื้นที่อนุญาตให้นำรถแบ็คโฮเข้าในพื้นที่และสูบน้ำออกพร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยส่งเข้าคลองส่งน้ำให้เต็มศักยภาพและเสริมการใช้เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำในจุดที่มีปัญหาพร้อมกับควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรลงแม่น้ำเพชรบุรีในอัตราที่เหมาะสมโดยให้กระทบกับประชาชนทุกภาคส่วนให้น้อยที่สุด
นายเฉลิมเกียรติกล่าวว่า ส่วนในระยะกลางจะศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารชลประทาน เช่น ประตูระบายน้ำ อาคารบังคับน้ำ การเสริมตลิ่ง ในพื้นที่นี้บริเวณแม่น้ำเพชรบุรีสายเก่าที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้สามารถป้องกันหรือบรรเทาปัญหาน้ำท่วมให้ได้ โดยการศึกษาต้องทำผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของราษฎรในพื้นที่
สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวกรมชลประทานจะสร้างการมีส่วนร่วม การปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชอายุสั้น เพื่อเก็บผลผลิตก่อนเข้าช่วงฤดูน้ำหลาก และพิจารณาการปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำเหมือนดั่งลุ่มภาคกลาง โดยการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม กรณีชาวบ้านผู้รับผลกระทบจะขอปรึกษากันในพื้นที่ก่อนว่าทุกคนจะยอมให้กรมชลประทานลงพื้นที่ไปปั้นคัน และสูบน้ำออกให้ได้หรือไม่ เพราะเกรงว่าการสูบน้ำในบางพื้นที่จะกระทบกับพื้นที่ของคนอื่นๆนั้น รองอธิบดีได้กล่าวว่า ขอให้กรมชลประทานได้ลงพื้นที่ไปวางแผนดำเนินการอย่างเร่งด่วนก่อน โดยสามารถปรับเปลี่ยนแผน ในกรณีที่มีผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตให้เหมาะสมต่อไปได้
ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมชลประทานได้เน้นย้ำให้ชาวบ้านเชื่อมั่นในการบริหารจัดการของทุกหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน และพร้อมที่จะให้ชาวบ้านเข้าไปติดตามดูการ ปิด-เปิด บานประตูระบายน้ำของเขื่อนเพชรได้ตลอดเวลา เพื่อสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมของกรมชลประทาน




