เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากปศุสัตว์จังหวัดระนอง กรณีเกิดเหตุการณ์ไก่ชนป่วยและตายจำนวน 30 ตัวจากไก่ชนที่เลี้ยงไว้ทั้งสิ้น 40 ตัว ในพื้นที่ตำบลทรายแดง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เมื่อบ่ายวันที่ 6 กันยายน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมสอบสวนโรค โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ตรวจพบว่าไก่ชนมีอาการเซื่องซึม อ่อนแรง ไม่กินอาหาร ถ่ายเหลวเป็นมูลสีขาว และไม่มีประวัติการทำวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ปีก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เก็บตัวอย่างจากไก่ชนที่มีอาการป่วยและซากไก่ชนที่ตายส่งตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุการป่วย-ตายที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนบนเป็นที่เรียบร้อย โดยจะทราบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการภายในหนึ่งสัปดาห์นับจากวันที่ส่งตัวอย่างตรวจ พร้อมทั้งทำวัคซีนให้ไก่ชนที่เหลืออยู่ และออกพ่นยาบริเวณจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดการติดต่อไปถึงไก่ชนตัวอื่นได้
“กรมปศุสัตว์ได้ติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พร้อมทั้งมีการบูรณาการงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เฝ้าระวัง ค้นหาโรคร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวต่าง ๆ และขอให้มั่นใจว่ากรมปศุสัตว์มีมาตรการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกอย่างเข้มงวด โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์สนธิกำลังกับอาสาปศุสัตว์ทุกจังหวัดลงพื้นที่ติดตามและป้องกันโรค พร้อมรณรงค์ทำความสะอาดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในจุดที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีก เป็นประจำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว และว่า ที่สำคัญ การเลี้ยงสัตว์ปีกที่ดีไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีกพื้นเมือง ไก่ชน หรือสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ จะต้องมีการปรับระบบการเลี้ยงให้มีระบบการป้องกันโรคขั้นพื้นฐาน กล่าวคือ มีเล้าหรือโรงเรือนสำหรับให้สัตว์ปีกอยู่อาศัยและสามารถป้องกันลม ฝนได้ มีรั้วรอบขอบชิด มีการควบคุมการเข้าออกทั้งบุคคลและยานพาหนะ ทำวัคซีนป้องกันโรคเพื่อกระตุ้นให้สัตว์ปีกสร้างภูมิคุ้มกันโรคอย่างสม่ำเสมอตามโปรแกรมที่กรมปศุสัตว์แนะนำ และต้องมีการแยกเลี้ยงสัตว์ปีกที่เข้ามาเลี้ยงใหม่หรือกลับมาจากการซ้อมหรือชนไก่ เพื่อป้องกันการนำโรคระบาดมาแพร่ให้สัตว์ปีกที่เลี้ยงรวมฝูง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมทางตอนเหนือของประเทศ ส่งผลให้มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้สัตว์ปีกมีความเครียดและอ่อนแอเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ จึงควรเข้มงวดในการเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีกอย่างเข้มงวด
นายสรวิศกล่าวว่า ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกหมั่นสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก หรือนำไปประกอบอาหารอย่างเด็ดขาด ให้ทำลายด้วยการเผาหรือฝังกลบห้ามทิ้งในแหล่งน้ำสาธารณะ และโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เจ้าหน้าปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อให้ให้เข้าดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อหน่วยงานดังกล่าว หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) กรมปศุสัตว์ หรือแจ้งผ่าน Application : DLD 4.0 ได้ตลอดเวลา






