หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที ผลศึกษามธ.ชี้...

ผลศึกษามธ.ชี้บริการโอทีทีสร้างเงิน 3.6 หมื่นล. สร้างงานกว่า 30,000 อาชีพ

7.09.18 | 18:32 น.
ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (คองค์) และนายเจฟฟ์ เพน กรรมการผู้จัดการสหพันธ์อินเทอร์เน็ตแห่งเอเชีย (เอไอซี) ร่วมกันเผยแพร่รายงานผลการศึกษาสำรวจว่าด้วยการให้บริการออนไลน์วิดีโอในประเทศไทย โดยจากการศึกษาพบว่า แพลตฟอร์มบริการสื่อสาร แพร่ภาพและเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต หรือโอทีที เซอร์วิส สามารถสร้างมูลค่ามากกว่า 36,000 ล้านบาท และสร้างงานกว่า 30,000 อาชีพให้แก่เศรษฐกิจไทย ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลอีกด้วย

ทั้งนี้ผลจากการศึกษาการสร้างมูลค่าจากการใช้แพลตฟอร์ม โอทีที ในไทย ซึ่งรวมถึงความรู้และทักษะที่ผู้บริโภคได้รับจากการใช้แพลตฟอร์มนี้ สามารถประมาณการเป็นรายได้มากกว่า 53,000 บาท/คน/ปี ทั้งในแง่การประหยัดค่าใช้จ่ายและการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น แพลตฟอร์มนี้ช่วยสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ขึ้นหลายพันราย ที่สามารถใช้ช่องทางนี้เข้าถึงผู้รับที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง สร้างโอกาสทางธุรกิจที่ปราศจากข้อจำกัดเหมือนช่องทางแบบเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจอุตสาหกรรมที่เหมาะสม เพื่อเอื้อต่อการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มนี้ได้สูงสุด โดยเฉพาะในแง่ของการขับเคลื่อนนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาให้เกิดเศรษฐกิจฐานความรู้ขึ้น โดยรัฐบาลควรตระหนักถึงศักยภาพโดยรวมของเทคโนโลยีและทำงานร่วมกับตัวแทนของสมาคมธุรกิจและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกแบบนโยบายที่อำนวยให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้ประกอบการและประชาชนโดยรวมได้

นายเจฟฟ์ เพน ระบุว่า การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นจำเป็นต้องมีแนวทางการควบคุมอย่างฉลาด จึงจะสามารถช่วยให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมๆ ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นต่อการก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค โดยทางเอไอซีพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้เกิดนโยบายที่เหมาะสม ที่สามารถสร้างไทยให้กลายเป็นชาติตัวอย่างของประเทศอื่นๆ และยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนของประเทศ

นายเจฟฟ์ เพน

ทั้งนี้ไทยจำเป็นต้องมีการสร้างกลไกในการกำหนดกฏระเบียบที่เหมาะสมเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องบนพื้นฐานของการใช้แพลตฟอร์มโอทีที โดยผลจากการสำรวจศึกษาครั้งนี้ได้ข้อเสนอแนะหลายประการที่น่าสนใจ อาทิ ควรมีการทบทวนนโยบายการควบคุมที่ไม่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม, ควรพัฒนาให้เกิดแนวปฏิบัติที่ดีอันจะนำไปสู่กลไกในการกำกับดูแลร่วมกันของทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันรับผิดชอบ, ควรสนับสนุนส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ และสุดท้ายคือส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดทักษะ ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะเสริมขีดความสามารถในการเลือกสรรเนื้อหาของผู้ใช้ข้อมูลได้ดีนั่นเอง