คนไทยเริ่มคุ้นชินกับคำว่า “Smart City” เพราะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม ประเดิมในพื้นที่เป้าหมายอย่างพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพื่อพร้อมรับเทรนด์ของโลก ยุคดิจิทัล 4.0
Smart City คือเมืองที่ได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญในองค์ประกอบหลัก คือการพัฒนารูปแบบโครงสร้างของเมืองที่สอดรับกับแนวคิดของเมืองอัจฉริยะ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ประกอบกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลมาช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรของเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ ระบบบริหารจัดการเครือข่ายพลังงานอัจฉริยะ ที่เรียกว่า Smart Grid ระบบมิเตอร์อัตโนมัติ ระบบควบคุมการจราจรอัจฉริยะ ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะ และระบบตรวจวัดมลภาวะ ซึ่งกำลังเป็นกระแสเกิดการพัฒนาเมืองขึ้นทั่วโลก โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ให้เกิดความน่าอยู่มากขึ้น ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะของเมืองได้อย่างรวดเร็ว เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันเพื่อช่วยพัฒนาระบบบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น สร้างความปลอดภัยได้มากขึ้น

แต่แนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเมืองให้มีความอัจฉริยะนั้นต้องเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ รัฐบาล รวมถึงประชาชน ในหลายประเทศมีการลงทุนร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สเปน เป็นต้น โดยมีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเข้ามาร่วมมือกับรัฐบาล ในการนำเอาเทคโนโลยีไอซีทีเข้ามาช่วยบริหารจัดการเมืองและชุมชนให้มีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น จนประสบความสำเร็จในการเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ
สำหรับประเทศไทย การประกาศนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) ที่จะเน้นการผลักดัน “Smart City” ให้เป็นกลไกสร้างโอกาสการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ให้ดีขึ้น จากตัวอย่างของ “จังหวัดภูเก็ต” ที่มีการพัฒนาเมืองให้เป็น “Smart City” ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความปลอดภัย รัฐบาล สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการศึกษา ซึ่งพบว่าเรื่องการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่พัฒนาได้เร็วที่สุด เกิดการเชื่อมต่อแต่ละจุดจนสามารถสร้างรายได้ ทำให้มีผู้เข้ามารับทำในแต่ละห่วงโซ่ของอุตสาหกรรม โดยจังหวัดภูเก็ตยังมีเป้าหมายสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดความสะดวกสบาย เช่น มี Hi-Speed WiFi ที่ประชาชนต้องเข้าถึงได้ง่าย
ขณะที่ภาคเอกชนเดินหน้าจัดสร้างเอง ไม่ได้รอให้ภาครัฐปูฐานให้เสร็จก่อน อย่าง “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” เชื่อว่าคนในแวดวงดิจิทัลต้องรู้จัก ขณะนี้โครงการคืบหน้าแล้วกว่า 80% เตรียมเผยโฉมหน้าเปิดบริการราวเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยที่แห่งนี้กลุ่มทรูตั้งใจให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คุณฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ผู้คร่ำหวอดในวงการ IT Infrastructure มานานกว่า 20 ปี ให้คำนิยาม “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” ว่าเป็น Startup Ecosystem ที่เสริมกำลังให้ประเทศไทยกลายเป็น Hub ด้านนวัตกรรมดิจิทัลระดับโลก เพราะโครงการนี้มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศ ที่มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นดิจิทัลไทยแลนด์

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตั้งบนพื้นที่ขนาด 43 ไร่ ทำเลสุขุมวิท 101 ย่านนวัตกรรมปุณณวิถี ซึ่งเป็น 1 ใน 15 พื้นที่นำร่องโครงการย่านนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จัดแบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน
1.Co-working Space สำหรับการทำงาน เรียนรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน
2.Enterprise Space รองรับสำนักงานบริษัทข้ามชาติ และเหล่าสตาร์ตอัพ
3.Innovation Space เป็นศูนย์นวัตกรรม และเครื่องมือเทคโนโลยีชั้นนำ
และ 4.Events and Business Services Space มีห้องประชุมและสัมมนา ร้านอาหาร และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ รวมทั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ให้คำปรึกษาและสนับสนุนการทำธุรกิจ
เน้นสร้าง Ecosystem แบบครบวงจร ด้วยแนวคิด Open Innovation จากการรวมตัวกันของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ เหล่าสตาร์ตอัพและผู้ประกอบการ นักลงทุน รวมทั้งศูนย์ Research & Developement (R&D) ของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ ทำให้เกิดชุมชนเพื่อผู้ประกอบการเริ่มต้น เป็นแหล่งหลอมรวมองค์ความรู้ที่เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่สนับสนุนการสร้างแรงบันดาลใจ ผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริง และต่อยอดธุรกิจของเหล่าสตาร์ตอัพไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
“เรียกว่าเป็นการดึงพันธมิตรชั้นนำระดับโลก รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เตรียมตั้งสำนักงานมาอยู่ร่วมกัน เป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลไว้ภายในโครงการ อย่าง Google เตรียมสร้าง Academy Bangkok-A Google Space ที่นี่ โดยจะเป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ Google Ignite ซึ่งเป็นโครงการฝึกอบรมทักษะด้านการตลาดดิจิทัลสำหรับนักศึกษาระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าทำงานจริงกับบริษัทที่ว่าจ้าง และยังเป็นศูนย์บ่มเพาะทักษะดิจิทัลด้วย จะเป็นสถานที่ฝึกอบรมโครงการอื่นๆ ของ Google ในด้านต่างๆ อาทิ ทักษะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่จะสามารถรองรับผู้เข้าฝึกอบรมได้ถึง 200 คนต่อครั้ง” คุณฐนสรณ์ยกตัวอย่างให้ฟัง
สำหรับ Ecosystem ของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตามแผนที่กำลังจะเกิดขึ้น ประกอบด้วย 1.บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จากทั่วโลก (Global Tech Giants) ตั้งสำนักงานหรือสาขาในประเทศไทย 2.สตาร์ตอัพและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล อาทิ IoT และ Big Data Analytics, Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning, E-Commerce, Creative Content และ Gaming รวมทั้งธุรกิจเทคในด้านการเงิน (FinTech), การศึกษา (EduTech), การท่องเที่ยว (TravelTech), การเกษตร (AgriTech) และการสาธารณสุข (HealthTech) เป็นต้น
3.โครงการบ่มเพาะวิสาหกิจเริ่มต้น (Incubators and Accelerators) ด้วยกิจกรรมและเวิร์กช็อปต่างๆ ที่จะเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์รอบด้านในการทำธุรกิจ และสร้างเครือข่ายชุมชนสตาร์ตอัพในระดับภูมิภาค 4.แหล่งรวมนักลงทุนจากทั่วโลก (Investors and VCs) ที่มองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพ 5.ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ของภาครัฐ ที่จะให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการให้บริการด้านธุรกิจแก่เหล่าสตาร์ตอัพ รวมทั้งสิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการต่างชาติ และ 6.สิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย รองรับการทำธุรกิจได้อย่างครบวงจร
“โครงการทรู ดิจิทัล พาร์ค เฟสแรกจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ ส่วนเฟส 2 คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564-2565 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้ความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์บริการ Digital One Stop Service รวมทั้งบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ และกลุ่มสตาร์ตอัพให้ความสนใจอย่างมาก
“มั่นใจว่า ทรู ดิจิทัล พาร์ค จะเป็นจุดหมายปลายทางและเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลของไทย ที่จะรวบรวมคนเก่งผู้มีความรู้ความสามารถ (Talent) จากทั้งในและต่างประเทศเข้ามา ทำให้เกิดการหลอมรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ เพิ่มศักยภาพให้สตาร์ตอัพไทยมีความเข้มแข็ง สร้างชื่อเสียงและคุณค่าให้แก่สังคมในระดับประเทศและระดับโลก ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นและดึงเงินลงทุน (Funding) จากทั่วโลกเข้ามาในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย สอดคล้องตามแนวนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในยุคไทยแลนด์ 4.0” คุณฐนสรณ์กล่าวทิ้งท้าย
ส่วนจะเป็นจริงหรือไม่ ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค
อัมพวัน อยู่กระทุ่ม

