เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง กรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) โดยมีนายประสิทธิ์ ชรินานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ บริษัทผู้รับจ้าง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยมีการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานก่อสร้างโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ห้องประชุม สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่
โดยในช่วงบ่ายรองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ในงานก่อสร้างประตูระบายน้ำหน้าควน 2 งานก่อสร้างสะพานถนนเพชรเกษม งานก่อสร้างปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 และสะพานรถไฟ กม. 12+900 งานก่อสร้างประตูระบายน้ำบางหยี 2 และสถานีสูบน้ำบางหยีโดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วย 4 สัญญา อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทดังนี้ สัญญาที่ 1 (ระยะทาง 3.587 กม.) สัญญาที่ 2 (ระยะทาง 4.200 กม.) บมจ.สยามพันธ์วัฒนา สัญญาที่ 3 (ระยะทาง 5.100 กม.) บจก.เพิ่มพูนวิศวกรรม สัญญาที่ 4 (ระยะทาง 4.619 กม.) บจก.ชัยเจริญไมตรี โดยสั่งการเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างรอบคอบ ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบงานก่อสร้าง โดยสั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางเดินน้ำที่อาจก่อให้เกิดอุปสรรคต่อทางเดินน้ำ ซึ่งหากพบปัญหาดังกล่าวให้เร่งดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางให้แล้วเสร็จภายใน 1 ตุลาคม 2561 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือช่วงฤดูน้ำหลาก ในช่วงฤดูฝนนี้ต่อไป
สำหรับโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) จังหวัดสงขลา เป็นโครงการแก้ไขและบรรเทา อุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วย งานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 ความยาว 21.343 กม. งานก่อสร้างประตูระบายน้ำหน้าควน แห่งที่ 2 ก่อสร้างประตูระบายน้ำบางหยี แห่งที่ 2 และก่อสร้างสถานีสูบน้ำบริเวณปลายคลอง ร.1 (ริมทะเลสาบ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองระบายน้ำ ร.1 จาก 465 ลบ.ม/วินาที เป็น 1,200 ลบ.ม/ วินาที รวมกับการระบายน้ำของคลองอู่ตะเภาเดิม 465 ลบ.ม/วินาที รวมเป็น 1,665 ลบ.ม/วินาที ซึ่งครอบคลุมปริมาณน้ำสูงสุดที่ท่วมใน ปี พ.ศ. 2553 (1,623.50 ลบ.ม/วินาที) ให้สามารถระบายได้รวดเร็วขึ้น เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองระบายน้ำ ร.1 และลดระดับความเสียหายจากอุทกภัยช่วงฤดูฝนในพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองในช่วง ฤดูแล้ง ประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม ได้อีกด้วย








