หน้าแรก เศรษฐกิจ 14ก.ย.เปิดทีโ...

14ก.ย.เปิดทีโออาร์ศึกษาเอสอีเอตอบคำถาม3ข้อ

8.09.18 | 03:09 น.

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการกำกับการศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(เอสอีเอ) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ 15 จังหวัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าผลการศึกษาของเอสอีเอ ว่า ภายหลังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) อนุมัติงบประมาณเพื่อว่าจ้างศึกษาโครงการวงเงิน 50 ล้านบาท วันที่ 14 กันยายนนี้กระทรวงพลังงานจะเปิดชี้แจงกรอบการว่าจ้างเพื่อศึกษาโครงการ(ทีโออาร์) และตอบข้อสงสัยสำหรับผู้สนใจ จากนั้นจะกำหนดระยะเวลาให้ผู้ที่สนใจยื่นข้อเสนอโครงการมายังกระทรวงพลังงานระหว่างวันที่ 17 กันยายน – 5 ตุลาคม 2561 คาดว่าจะสามารถพิจารณาผู้ได้รับการคัดเลือกมาศึกษาโครงการช่วงเดือนพฤศจิกายน2561 และหากดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ คาดว่าจะได้ผลการศึกษาทั้งหมดภายใน 9 เดือนนับจากนั้น หรือประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน2562 ซึ่งหลังจากผลการศึกษาแล้วเสร็จจะเสนอให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำเสนอต่อให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป

“ผลการศึกษาจะต้องตอบได้ว่า 1.จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ 2.หากจำเป็นจะสามารถเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินได้หรือไม่ และ3.หากไม่จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าควรมีทางเลือกไหนที่เหมาะสม โดยทั้งหมดจะต้องนำมาเสนอคณะกรรมการเอสอีเอ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดก็ตาม อย่างไรก็ตามระหว่างนี้หากมีความคืบหน้า เช่น ศึกษา5เดือนแล้วมีรายละเอียด ก็จะมีการเสนอรัฐบาลให้รับทราบเป็นระยะๆเช่นกัน”น.ส.นันธิกากล่าว


น.ส.นันธิกากล่าวว่า ทั้งนี้ด้วยวิธีการทำงานที่ต้องให้คำตอบสังคมอย่างชัดเจนในทุกมิติ การใช้เวลาศึกษา 9 เดือนเสร็จปลายปีหน้าจึงไม่ล่าช้าเกินไปแน่นอน โดยผลการศึกษานี้จะนำเข้าบรรจุในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศ(พีดีพี)ที่ปัจจุบันกำลังจัดทำพีดีพี2018 และจะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยเอสอีเอถือเป็นการศึกษาที่เข้มข้นที่สุด เข้มข้นกว่ารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ใช้นักวิชาการที่เชี่ยวชาญรอบด้าน ประเด็นนี้ทำให้กรรมการเอสอีเอเริ่มกังวลว่าจะมีผู้สนใจเข้ามาศึกษาโครงการนี้หรือไม่