นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวนเช่นเดียวกับช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจัยภายนอกล้วนเป็นปัจจัยลบ ส่วนปัจจัยภายในประเทศเป็นบวกค่อนข้างมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยภายนอกประเทศมีผลกับนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะวิกฤตค่าเงินในเอเชีย ประกอบกับสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ในหลายๆ ประเทศ เช่น ตุรกี อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ ร่วงลงค่อนข้างแรงและมีแรงขายในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดียวกันประเด็นเรื่องสงครามการค้าสหรัฐกับจีน น่าจะมีความชัดเจนในการตัดสินใจว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐหรือไม่ โดยมุมมองของเคจีไอประเมินนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยกระดับการเก็บภาษีดังกล่าว
นายรักพงศ์กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองในประเทศเดือนกันยายนจะเป็นปัจจัยเชิงบวก โดย กกต.ให้ความเห็นเรื่องการหาเสียงพรรคการเมืองในเดือนธันวาคม 2561 ซึ่งคาดว่ากรอบการเลือกตั้งจะเป็นกรอบเวลาที่ดีที่สุดคือ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ทุกฝ่ายพยายามเต็มที่ อย่างไรก็ตามประเมินตลาดหุ้นรับรู้ปัจจัยลบไปแล้ว คาดว่าการปรับฐานดัชนีรอบนี้ทรงตัวอยู่ได้ในระดับ 1,660-1,670 จุด เป็นระดับที่สร้างเสถียรภาพและเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้น และประเมินดัชนีตลาดหุ้นช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เคลื่อนไหวในกรอบ 1,670-1,720 จุด
นายรักพงศ์กล่าวว่า จึงแนะนำเลี่ยงหุ้นฝรั่ง เนื่องจากทิศทางฟันด์โฟลว์ยังไหลออก จึงแนะนำหุ้นขนาดกลางที่มีปริมาณซื้อขายคล่องและมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ซึ่งจะเป็นหุ้นตัวไหนบ้าง ต้องติดตามในรายการ!

