ปัจจุบันสังคมไทย มีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และกำลังเข้าสู่เทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้า ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) อย่างมาก
นับเป็นจังหวะที่ดี ที่ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ถือเป็นซีอีโอคนที่ 9 ที่ได้เข้ามาสานต่อการทำงานของ ปตท. ต่อไป
การดำเนินธุรกิจของ ปตท.ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา แม้จะปรับกลยุทธ์เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยี แต่คงมีเป้าหมายการเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ มาตลอด โดยมีแนวทางบริหาร 3 หลักใหญ่ๆ (3P) คือ 1.การพัฒนาคน (people) 2.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (planet) และ3.กำไรจากการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (profit) ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง
แม้จะยึดแผนธุรกิจนี้ไว้เป็นหัวใจหลัก แต่เมื่อธุรกิจเดิมจะถูกแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ เช่น รถยนต์จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด ดังนั้น การเริ่มมองหาและขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ ปตท.จะต้องดำเนินการควบคู่กันไป
ชาญศิลป์เผยว่า แนวคิดในการบริหารจัดการของ ปตท. ในระยะเวลาประมาณ 2 ปีนับจากนี้ จะสานต่อการดำเนินงานตามกลยุทธ์ของ ปตท. ที่ได้วางไว้จากรุ่น สู่รุ่น โดยปรับปรุงการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และความท้าทายต่างๆ ทั้งปัจจุบันและอนาคต ผ่านนโยบาย CHANGE for Future of Thailand 4.0 ที่มีองค์ประกอบ 6 ด้าน ได้แก่
1.Continuity สานต่อเพื่อความต่อเนื่อง เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดยุทธศาสตร์สำหรับการดำเนินธุรกิจแบบ 3D คือ Do now, Decide now และ Design now
2.Honesty ความซื่อสัตย์ ความเที่ยงธรรม ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ และดำเนินการอย่างมีจริยธรรมนำธุรกิจ คำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุล
3.Alignment ขยายความร่วมมือ เพิ่มความมั่นคงและยั่งยืน ใช้ความเข้มแข็งจากภายใน ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. สร้างพลังร่วมเพื่อบูรณาการความเชี่ยวชาญ กระจายโอกาสการเติบโตออกสู่สังคมภายนอก
4.New Innovation Solution สร้างสรรค์สิ่งดีและสิ่งใหม่ หาธุรกิจที่เป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จใหม่ (New S-Curve) ของ ปตท. โดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวความคิดใหม่ มาสรรค์สร้างให้เกิดการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ
5.Good Governance กำกับดูแลดี มีประสิทธิภาพ ยึดมั่นการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล เน้นความโปร่งใส เที่ยงตรง เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยปรับปรุงบทบาทในการกำกับดูแลบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมให้มีประสิทธิผลมากขึ้นและคำนึงถึงผลประโยชน์ภาพรวมของกลุ่ม ปตท. ตลอดทั้งสายโซ่ธุรกิจ เพื่อรักษาความมั่นคงในเรื่องของธุรกิจพลังงานที่สำคัญ
และ 6.Excellence Team Work สร้างคนรุ่นใหม่ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มุ่งพัฒนาพนักงาน ทุกรุ่นให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม มีศักยภาพ ความกล้า และพร้อมรับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังต้องเป็นคนกล้าที่จะก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ
จากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมและความท้าทายในอนาคต ปตท. จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่จะทำให้การดำเนินธุรกิจเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการดำเนินงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล มุ่งเป็นองค์กรตัวอย่างของประเทศไทย
“นอกจากนี้ ยังร่วมเป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนประเทศให้บรรลุแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีที่วางไว้ และสอดรับกับกระบวนทัศน์ในการพัฒนาประเทศภายใต้ “ประเทศไทย 4.0” ซึ่งจะนำพาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้า เป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับชุมชน สังคม และประเทศ โดย ปตท.มีเป้าหมายคือ. ต้องเป็นองค์กรแห่งความภาคภูมิใจ เน้นความโปร่งใส สู่ความยั่งยืน” ชาญศิลป์ระบุ
ทั้งนี้ ปตท. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืน 3 ด้าน (3P) อย่างสมดุล คือ การทำธุรกิจควบคู่กับการดูแลชุมชนและสังคม (People) การอนุรักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Planet) และเป็นฐานความมั่นคงให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคมเติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน (Prosperity) เป็นประเทศไทยก้าวหน้าและมีความสุขต่อไป
อย่างไรก็ตาม ปตท.ก็มีแผนขยายการลงทุนโครงการที่สำคัญ อาทิ ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 กับคลังรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และการมุ่งสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย new S-curve อาทิ electricity value chain ธุรกิจเชื้อเพลิงอย่างก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า ธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (จากพลังงานแสงอาทิตย์) ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (energy storage system)
ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวข้องกับสถานีบริการจ่ายไฟฟ้าและอุปกรณ์ชาร์จจิ้ง และยังรวมไปถึงการเริ่มสู่ธุรกิจ smart city & property development เป็นต้น ซึ่งในหลายโครงการจะอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ส่วนในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ พลังงานฟอสซิลใน 3 เชื้อเพลิงหลัก ได้แก่ น้ำมัน-ถ่านหิน-ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ ปตท. จะมีปริมาณความต้องการใช้ลดลงในอนาคต ดังนั้น การเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยี การแสวงหาธุรกิจใหม่ๆ อย่างโครงการรัฐ โครงการที่มีผลตอบแทนที่เหมาะสมจึงสำคัญ ใช้ความได้เปรียบของบริษัทลูกเข้าไปขยายการลงทุนโครงการที่เหมาะสม
สำหรับโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ทาง ปตท.เตรียมจะเสนอบอร์ดในเดือนพฤศจิกายนนี้ อาทิ โครงการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อที่จะลงทุนให้เป็น smart city & property development ส่วนโครงการด้านพลังงานจะมีความชัดเจนลงทุนปี 2562 ขณะที่ธุรกิจ “โรงแรม” ในปั๊มน้ำมันยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ตเนอร์และยังไม่ได้หยุดโครงการนี้ คาดว่าภายในปี 2561 จะได้ข้อสรุป
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาถึงประโยชน์ที่จะเกิด ผลตอบแทนจะลงทุนหรือไม่ จะจับคู่พันธมิตรลงทุนกับใคร จากนั้นจะสรุปถึงแผนลงทุนก่อนจะยื่นประมูลในเดือนพฤศจิกายนนี้เช่นกัน
“นอกจากนี้ ปตท.ยังอยู่ระหว่างร่วมกับบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ศึกษาแนวทางพัฒนาธุรกิจและสร้างนวัตกรรมทางด้านพลังงานและดิจิทัล เทคโนโลยี เป็นพื้นฐานในการให้บริการ สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจและการให้บริการ เพื่อพัฒนาไปสู่ กรุงเทพฯ เมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ (Smart city) ทั้งด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และการขนส่งมวลชน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0” ชาญศิลป์ ซีอีโอ ปตท.คนใหม่สรุป
ทั้งนี้ สำหรับเส้นทางการทำงานของ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ก่อนจะมานั่งเก้าอี้ซีอีโอ ปตท. คนที่ 9 ในปัจจุบันเป็น เคยเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ ปตท.,ประธานกรรมการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
เดือนตุลาคม 2558-สิงหาคม 2561 เป็นกรรมการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เดือนมกราคม -สิงหาคม 2561 ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม ปตท. เดือนตุลาคม ธันวาคม 2560 ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และ บริหารความยั่งยืน ปตท. เดือนมกราคม 2559-กันยายน 2560 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. เดือนตุลาคม ธันวาคม 2558 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ปตท. เดือนตุลาคม 2557-กันยายน 2558 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร ปตท. เดือนมีนาคม 2556-กันยายน 2557 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์กิจและการตลาด บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด

