‘ดีแทค’ชวดเยียวยา ‘กสทช.’ให้เวลา 3 วันโอนย้ายลูกค้า ออกหนังสือยอมรับคำตัดสิน(ชมคลิป)

12.09.18 | 14:38 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า วันที่ 12 กันยายน 2561 ที่ประชุม กสทช. นัดพิเศษ เพื่อพิจาณาทบทวนมติที่ประชุม กสทช. กรณีบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ขอทบทวนเรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ (มาตรการเยียวยา) โดยที่ประชุม กสทช. มีมติรับเรื่องขอทบทวนมติที่ประชุม กสทช. ดังกล่าว ซึ่งที่ประชุม กสทช. ได้มีการพิจารณาถึงจำนวนผู้ใช้บริการคงเหลือบนคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ ตามที่ ดีแทค ทำหนังสือชี้แจงต่อ กสทช. ประกอบด้วย โดยลงวันที่ 10 กันยายน 2561 ระบุว่า มีจำนวนผู้ใช้บริการคงเหลือ 94,625 ราย แบ่งออกเป็นประเภทบุคคลกว่า 60,000 ราย และประเภทผู้ใช้บริการซิมกับอุปกรณ์ (แมชชีน) กว่า 20,000 ราย ทั้งนี้ ในหนังสือดังกล่าว ดีแทค ไม่ได้ระบุถึงจำนวนผู้ใช้บริการจริง (แอ็คทีฟ ยูสเซอร์) ว่ามีจำนวนเท่าใด

นายฐากร กล่าวว่า จำนวนผู้ใช้บริการคงเหลือประเภทบุคคลกว่า 60,000 ราย ถือว่ายังไม่เข้าเกณฑ์ที่ดีแทคสมควรเข้าสู่มาตรการเยียวยา เนื่องจากจำนวนดังกล่าวไม่ได้มีมากจริง โดยในกรณี บริษัท ทรู มูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่หมดสัมปทานบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์เมื่อปี 2556 มีจำนวนผู้ใช้บริการคงเหลือรวมกว่า 230,000 ราย ส่วนกรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่หมดสัมปทานเมื่อปี 2558 มีจำนวนผู้ใช้บริการคงเหลือจำนวน 400,000 ราย ประกอบกับทาง กสทช. ได้มีหนังสือเร่งรัดไปยัง ดีแทค ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2561 ให้รีบดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการในคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ โอนย้ายไปใช้บริการกับผู้ให้บริการรายอื่นที่รองรับการให้บริการ หรือหากจะใช้บริการกับผู้ให้บริการรายเดิมก็ให้เปลี่ยนไปใช้คลื่นความถี่อื่น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้กรณีดีแทคระบุว่า เงื่อนไขในการประมูลต้องมีการทำระบบป้องกันคลื่นความถี่รบกวน(ฟิลเตอร์) ซึ่งไม่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนนั้น กสทช.เห็นว่า เงื่อนไขดังกล่าว กสทช. มีการจัดทำประชาพิจารณ์เพื่อให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอร์เรเตอร์) ทุกราย สามารถเข้าร่วมการประมูลได้ อย่างไรก็ตาม การทำระบบป้องกันคลื่นความถี่รบกวนนั้น กสทช.ได้กันเงินจากการประมูลมาให้ผู้ที่ชนะการประมูลจัดทำระบบป้องกันคลื่นความถี่รบกวน จำนวน 2,000 ล้านบาท อีกทั้ง กรณีที่ ดีแทค ขอใช้คลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ เป็นเวลา 24 เดือน จนกว่าจะย้ายระบบไปคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ นั้น กสทช.ก็ยินดี แต่ขอให้เข้าร่วมการประมูลและชำระเงินในระบบคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์

“มติที่ประชุม กสทช. จะทำหนังสือทางปกครองแจ้งไปยัง ดีแทค ให้เร่งประชาสัมพันธ์ลูกค้าที่เหลืออยู่ทำการย้ายไปใช้งานในคลื่นความถี่อื่น ภายในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 15 กันยายน 2561 เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบซิมดับ ทั้งนี้ ระบบสามารถโอนย้ายลูกค้าได้ จำนวน 60,000 รายต่อวัน นอกจากนี้ กสทช.จะนำมติที่ประชุมไปให้ศาลปกครองกลางภายในวันนี้ (12 กันยายน 2561) ส่วนศาลปกครองกลางจะพิจารณาอย่างไร กสทช. พร้อมน้อมรับคำตัดสิน” นายฐากรกล่าว

ด้านนายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทค ได้รับทราบตามที่วันนี้ (12 กันยายน 2561) ที่ประชุม กสทช. มีมติไม่คุ้มครองลูกค้าดีแทคบนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ หลังสิ้นสุดสัมปทานในวันที่ 15 กันยายน 2561 ทั้งนี้ ดีแทคได้ยื่นศาลปกครองกลาง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวลูกค้าที่ใช้งานมือถือได้อย่างต่อเนื่องบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ หลังสิ้นสุดสัมปทาน เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา และขณะนี้ เรายังอยู่ในระหว่างรอการพิจารณาของศาล

Advertisement