เมื่อวันที่14 กันยายน ที่ศาลปกครอง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่บริษัท โทเทิ่ล แอ๊คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) ฟ้องขอเพิกถอนมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการประชุมครั้งที่ 13/2561เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2561และคำสั่งของ กสทช. ลงวันที่ 31กรกฎาคม 2561
เฉพาะในส่วนที่กำหนดเงื่อนไขไม่ให้ผู้ไม่เข้าประมูลคลื่นความถี่ไม่ได้รับสิทธิ เข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ตามประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุด การอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556และดีแทคได้มีคำขอให้ศาลมีคำสั่ง ทุเลาการบังคับตามมติดังกล่าว โดยศาลปกครองกลาง วินิจฉัยว่า ประกาศคุ้มครองผู้ใช้บริการชั่วคราวฯ มีความมุ่งหมายประการสำคัญท่ีจะ บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการท่ียังไม่อาจโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นสามารถใช้บริการได้อย่าง ต่อเนื่องเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุด อันเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ โดยให้ผู้รับสัมปทานเดิมมีหน้าที่ให้บริการต่อไปได้เป็นการชั่วคราว กสทช. จึงไม่อาจอ้างกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่มาใช้เป็นเหตุผลที่จะไม่ให้ดีแทคเข้าสู่มาตรการคุ้มครองตามประกาศดังกล่าว มติของ กสทช. จึงน่าจะมี ปัญหาเก่ียวกับความชอบด้วยกฎหมาย
อีกทั้งถึงแม้ผู้ใช้บริการที่ยังไม่สามารถโอนย้ายเลขหมายได้จะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด แต่ก็ต้องฟังว่า ผู้ใช้บริการดังกล่าวอาจเป็นผู้เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ที่ต้องติดต่อสื่อสารกรณีเร่งด่วน หรืออยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งคลื่น 850 MHzสามารถใช้ได้ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หากดีแทคไม่สามารถให้บริการได้ ย่อมก่อให้เกิดความ เสียหายอย่างร้ายแรง ที่ยากแก่การเยียวยาได้ในภายหลัง นอกจากนี้ การที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติ ของ กสทช. จะมีผลให้ดีแทคสามารถให้บริการในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านการสิ้นสุดสัมปทานเป็นการชั่วคราวเท่านั้น มิได้มีผลเป็นการห้ามมิให้ กสทช. ประมูลคลื่นความถี่ใหม่ และดีแทคมีหน้าที่ชำระค่าใช้คลื่วความถี่ในช่วงเวลา ดังกล่าว การทุเลาการบังคับตามมติกสทช. จึงไม่เป็นอุปสรรคในการบริหารงานของรัฐหรือบริการสาธารณะ จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอานาจสั่งทุเลาการบังคับได้ และเห็นว่าผู้ใช้บริการที่ยังไม่สามารถโอนย้ายได้มีประมาณ 90,000ราย จึงควรกำหนดระยะเวลาทุเลาการบังคับตามมติของกสทช. ไว้จนถึงวันที่ 15ธันวาคม 2561
ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของกสทช. ในการประชุมครั้งที่ 13/2561เมื่อวันที่ 18กรกฎาคม 2561ที่กำหนดเงื่อนไขว่า หากดีแทคไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 1,800 MHz และ 900MHz ก็จะไม่ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุด การอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556โดยให้ดีแทคได้รับสิทธิเข้าสู่ มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศดังกล่าว จึงให้ทุเลาการบังคับตามมติดังกล่าวจนถึงวันที่ 15ธันวาคม 2561 เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครองกลาง ได้กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับมติ กสทช.ว่า เมื่อศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นศาลปกครองชั้นต้น มีคำสั่งทุเลา แล้วตั้งแต่วันนี้ ก็จะมีผลทันที โดยตามกฎหมาย กสทช.คู่กรณียังมีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งการทุเลาบังคับมติฯ ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่ง
อย่างไรก็ดี หากจะมีการอุทธรณ์แล้วแต่ระหว่างนั้นยังไม่มีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่น คำสั่งทุเลาการบังคับมติฯ ดังกล่าวของศาลปกครองชั้นต้นก็ยังมีผลคงอยู่ต่อไปตามนั้น
ส่วนเนื้อหาคดีหลักที่ดีแทค ฟ้องขอเพิกถอนมติ กสทช.นั้น ศาลปกครองชั้นต้นก็จะพิจารณาต่อไปตามขั้นตอน โดยขณะนี้ขั้นตอนน่าจะอยู่ระหว่างการให้ กสทช.ยื่นเอกสารคำให้การ

