สืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวว่า ปตท.มีนโยบายในการขยายกิจการธุรกิจร้านกาแฟ และห้องพัก รีสอร์ท ในปั๊มน้ำมัน ที่มีนักวิชาการและนักการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมอย่างกว้างขวางนั้น
นายสายชล เพยาว์น้อย เจ้าของบ้านใร่กาแฟ ผู้ริเริ่มเปิดร้านกาแฟในปั๊มน้ำมัน โดยเริ่มจากปั๊ม ปตท.ที่คลอง 7 เมื่อ 20 ปีก่อน เปิดเผยที่สำนักงานบ้านไร่กาแฟ อ.หนองแซง จ.สระบุรี ว่า การดำเนินธุรกิจเป็นเรื่องที่ ปตท.ทำได้ ซึ่งก็ทำอยู่แล้ว ตนเคยร่วมธุรกิจกับ ปตท. การมีนโยบายที่จะขยายกิจการทั้งร้านกาแฟและ โรงแรมมากขึ้นนั้น ต้องดูขอบเขตความเหมาะสมว่าขนาดไหน มีการแข่งขันกับกิจการร้านกาแฟและที่พักเช่นรีสอร์ทโฮมสเตย์ของชาวบ้านประชาชนรายย่อยมากน้อยขนาดไหน ในฐานะรัฐวิสาหกิจต้องดูความเหมาะสม ทั้งด้านกฎหมายและผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน
“หากจะดำเนินธุรกิจแบบนี้ ควรต้องเป็นลักษณะที่ทำแบบซีเอสอาร์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตการตลาด เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจหรือการพัฒนาธุรกิจไปด้วยกันได้ด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นลักษณะของทุนใหญ่ทั่วไปที่จะขยายและเบียดทับทางการตลาดของเอสเอ็มอีและรายย่อยซึ่งแน่นอนจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนหากมีการขยายในวงกว้างอย่างไม่มีขอบเขต” นายสายชลกล่าว
นายสายชลชี้ว่า อยู่ที่แนวคิดและเป้าหมายการทำธุรกิจของ ปตท. รวมทั้งด้านกฎหมายว่าเป็นไปได้หรือไม่ ส่วนของประชาชน เอสเอ็มอี เราต้องพยายามพัฒนากิจการของเรา และเครือข่ายชุมชนเพื่อการแข่งขันเช่นกัน ซึ่งตนได้สร้างเครือข่ายร้านกาแฟ โฮมสเตย์ การจัดตลาดการท่องเที่ยวในชุมชน ท้องถิ่น เช่น ที่บ้านไร่กาแฟแห่งนี้ ที่ อ.หนองแซง จ.สระบุรี
“ภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจควรสร้างธุรกิจแบบมีส่วนร่วมในการส่งเสริมเกื้อกูลกับภาคประชาชน จะเกิดประโยชน์และยั่งยืน ถ้าคิดแบบทุนใหญ่ เอากำไรเป็นตัวตั้ง จะเป็นการแข่งขันกับประชาชนซึ่งทุนใหญ่มีศักยภาพมากกว่าจะมีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งย้อนแย้งกับเจตนารมย์ของรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่ทุนทั่วไป ส่วนด้านกฎหมายไม่แน่ใจว่าต้องไปพิจารณาตามหลักกฎหมายต่อไป” นายสายชลกล่าว

