เมื่อวันที่ 18 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1(พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์)และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน1(อุดรธานี เลย บึงกาฬ หนองคาย หนองบัวลำภู) โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม LC2 ชั้น 4 อาคารศูนย์ปฏิบัติการภาษาและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กรมชลประทานจะนำเสนอการพัฒนาด้านแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และการแก้ไขปัญหาอุทกภัย กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 โดยเร่งรัดดำเนินการ พัฒนาระบบชลประทานลุ่มน้ำป่าสัก เสริมความจุอ่างเก็บน้ำคลองลำกง จังหวัดเพชรบูรณ์ จากความจุเดิม 48.5 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นอีก 8 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์จาก 50,000 ไร่ เป็น 58,000ไร่ พัฒนาโครงข่ายระบบโทรมาตรเครื่องวัดปริมาณน้ำลุ่มน้ำป่าสัก โดยติดตั้งระบบติดตามปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ จำนวน 11 แห่ง และระบบติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสักและสาขา จำนวน 6 สถานี ก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งท้ายประตูระบายน้ำคอรุม จ.อุตรดิตถ์ ส่วนโครงการที่จะเสนอขอความเห็นชอบศึกษาความเหมาะสมจากคณะ ครม นั้น ได้แก่โครงการศึกษาความเหมาะสมอาคารบังคับน้ำท้ายเมืองพิษณุโลก ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมืองพิษณุโลก โครงการศึกษาความเหมะสมการผันน้ำจากเขื่อนภูมิพลไปฝั่งตะวันออกสู่คลองแม่ระกา จังหวัดตาก เชื่อมโยงจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดกำแพงเพชร โครงการศึกษาความเหมาะสมการขยายคลองลอยจากเขื่อนผาจุก-ศรีสัชนาลัย-สวรรคโลก
ส่วนกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน1 กรมชลประทานมีแผน ก่อสร้างประตูระบายน้ำห้วยกำแพง อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อบรรเทาอุทกภัยและลดความเสียหายจากอุทกภัย รวมไปถึงการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โครงการบรรเทาอุทกภัยบึงกาฬ ก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ รวมทั้งศึกษาการพัฒนาลำน้ำสวย(จังหวัดหนองคาย-อุดรธานี) และศึกษาสำรวจออกแบบการพัฒนาลุ่มน้ำในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน1

