กรมชลประทานชี้แจงกรณีการก่อสร้างพนังกั้นลำน้ำยัง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเพิ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จยังไม่ทันได้ส่งมอบงาน ก็เกิดน้ำกัดเซาะจนพนังกั้นน้ำขาด ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของชาวบ้านเป็นระยะเวลานานกว่าก่อนสร้างพนังกั้นน้ำ
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่ากรณีดังกล่าว กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 6 เริ่มก่อสร้างพนังกั้นลำน้ำยังเมื่อปี พ.ศ. 2539 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2545 และได้มีการปรับปรุงเมื่อปี พ.ศ. 2554 ซึ่งก่อนการก่อสร้างได้มีการจัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามระเบียบของกรมชลประทาน และดำเนินการก่อสร้างครบถ้วนตามสัญญา สามารถป้องกันอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ช่วงวันที่ 7 – 18 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักสะสมบริเวณต้นลำน้ำยัง ที่ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ ในเขต จ.กาฬสินธุ์ โดยปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ที่ อ.ห้วยผึ้ง 108 มิลลิเมตร (มม.) สำหรับพื้นที่ตอนกลางและตอนปลายของลำน้ำยัง ในเขต จ.ร้อยเอ็ด มีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ 4 อำเภอ โดยที่ อ.เสลภูมิ วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 133.6 มม. ทำให้ลำน้ำยังมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ประกอบกับข้อมูลรายงานจากสถานี วัดน้ำ E.54 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 240.80 ลบ.ม./วินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 3.20 ม. แต่สถานี E.92 มีปริมาณน้ำไหลผ่านถึง 361.80 ลบ.ม./วินาที สูงกว่าตลิ่งประมาณ 92 ซม. ซึ่งปริมาณน้ำที่สูงกว่าตลิ่งและไหลเชี่ยว ประกอบกับจุดที่คันพนังกั้นน้ำขาดเป็นบริเวณลำน้ำส่วนโค้งต้องรับแรงปะทะจากกระแสน้ำที่ไหลแรง จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พนังกั้นลำน้ำยังขาด บริเวณ กม.8+800 หมู่บ้านท่าเกวียน ต.วังหลวง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ส่งผลให้น้ำไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรฝั่งด้านในพนังถูกน้ำท่วมทั้งหมดประมาณ 18,000 ไร่ ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับนำเครื่องจักรเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.ร้อยเอ็ด และประชาชนจิตอาสาดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยทันทีและต่อเนื่องจนเช้าวันที่ 20 ก.ค. 2561 สามารถซ่อมแซมจุดที่พนังกั้นลำน้ำยังขาดได้สำเร็จ ด้วยการตอกเสาเข็ม วางท่อปูนทิ้งขวางน้ำ และวางกล่องเกเบียนปิดบริเวณที่ขาดเพื่อชะลอการไหลของน้ำ รวมทั้งใช้แผ่นชีทไพล์ปักตลอดแนว เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านบริเวณดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด
สำหรับการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ดำเนินการศึกษาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในเขต ต.นาแซง และ ต.วังหลวง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีลักษณะเป็นแก้มลิงจำนวน 6 แห่ง และประตูระบายน้ำ 3 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่การเกษตร ช่วยบรรเทาภัยแล้ง และบรรเทาอุทกภัย โดยการทำคลองผันน้ำเพื่อตัดยอดน้ำไปเก็บไว้ในแก้มลิงธรรมชาติ พร้อมติดตั้งสถานีสูบน้ำเพื่อนำน้ำมาใช้ในฤดูแล้ง โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมในการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่าง (พื้นที่ จ.ร้อยเอ็ดและยโสธร) งบประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำยังทั้งระบบอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ กรมชลประทานยังได้เสนอแนวทางให้ปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการปลูกพืชฤดูฝนให้เร็วขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนฤดูน้ำหลากเช่นเดียวกับบางระกำโมเดล จ.พิษณุโลก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเร่งดำเนินการซ่อมแซมป้องกันจุดเสี่ยงตลอดความยาวพนังกั้นลำน้ำยัง 21 กิโลเมตร เพื่อป้องกันน้ำหลากในช่วงปลายฤดูฝนนี้ รวมทั้งเน้นย้ำให้เจ้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังเตือนภัย ทำความเข้าใจ ชี้แจง และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน และขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เร็วที่สุด






