นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเปิดประมูลขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61(แหล่งเอราวัณ) และG2/61(แหล่งบงกช) ในรูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต(พีเอสซี)หลังมีการคัดค้านจากกลุ่มต้าน นำโดยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นแกนนำว่า วันที่ 25 กันยายนนี้ จะเป็นวันที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดให้เอกชนที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นในการเป็นโอเปอเรเตอร์แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61(แหล่งเอราวัณ) และG2/61(แหล่งบงกช) ยื่นข้อเสนอด้านต่างๆ รวมทั้งหมด 4 ซองคือ 1.ซองข้อเสนอทางด้านเทคนิคที่จะมีรายละเอียดของแผนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด 2.ซองข้อเสนอให้รัฐเข้ามีส่วนร่วม( State Participation) ในสัดส่วนไม่เกิน25% 3.ซองคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลว่าถูกต้องครบถ้วนที่เงื่อนไขที่รัฐกำหนดหรือไม่ และ 4.ซองข้อเสนอด้านราคาและผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ
นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่เอกชนยื่นข้อเสนอแผนต่างๆแล้ว ในวันที่ 26 กันยายนทางคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการปิโตรเลียมจะมีการเปิดซองเทคนิค ซองข้อเสนอให้รัฐมีส่วนร่วม และซองคุณสมบัติ ของผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งหากผ่านเกณฑ์ที่กำหนดทั้ง3 ซอง จึงจะนำเสนอคณะกรรมการปิโตรเลียม เพื่อพิจารณาเปิดซอง ที่4 คือข้อเสนอด้านราคาและผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ และนำเสนอผลการประมูลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับต่อไป โดยตามแผนที่กำหนดไว้จะมีการประกาศรายชื่อเอกชนผู้ชนะการประมูล ในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 หลังจากนั้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะมีการลงนามกับเอกชนผู้ชนะการประมูลภายใต้ระบบสัญญาพีเอสซีต่อไป
“รัฐไม่สามารถที่จะถอยได้อีกแล้ว เพราะขั้นตอนต่างๆที่กำหนดไว้ หากถูกขยับเลื่อนออกไปได้อีก จะทำให้กระบวนการประมูลไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ และหากต้องไปเริ่มต้นกระบวนการเปิดประมูลใหม่ก็เชื่อว่าจะใช้เวลาเตรียมการไม่น้อยกว่า 3 ปี ทำให้กระบวนการผลิตก๊าซจากทั้งแหล่งเอราวัณ และบงกช ที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า70% ของปริมาณก๊าซในอ่าวไทย ไม่มีความต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าและระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่“ นายวีระศักดิ์กล่าว

