รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ของก.ล.ต. มีมติให้ก.ล.ต.ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดรวม 11 ราย กรณีใช้ข้อมูลภายในขายหลักทรัพย์ของบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH โดยใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง ตามบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 เหตุเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 243 มาตรา 244 และมาตรา 315 ดังนี้
นายขจรพงษ์ คำดี และนายพิสุทธิ์ พิหเคนทร์ กำหนดให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง และส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด เป็นเงินรายละ 42,458,636.59 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามบุคคลทั้งสองเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 4 ปี
นายพิพรรธ พิหเคนทร์ กำหนดให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง และส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด รวมเป็นเงิน 3,873,870 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 1 ปี นางธัญกมล ตริตระการ กำหนดให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง และส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด รวมเป็นเงิน 13,998,516.61 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 2 ปี
นางธนภร พงศ์ธิติ กำหนดให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง และส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด รวมเป็นเงิน 25,526,154.50 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 3 ปี นายพิริยะ พิหเคนทร์ กำหนดให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง และส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด รวมเป็นเงิน 13,123,600 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 2 ปี นายพัชวัฏ คุณชยางกูร กำหนดให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง เป็นเงิน 500,000 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 4 ปี
นายจิตตเกษม คุณชยางกูร นายเกษมสัณห์ คุณชยางกูร นางลักขณา จันทร์เต็ม และนางสาวสุภาภรณ์ สายคำ กำหนดให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง เป็นเงิน รายละ 500,000 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลารายละ 1 ปี (รวมค่าปรับกว่า 143 ล้านบาท) นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดทั้ง 11 ราย ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดให้แก่ ก.ล.ต. จำนวนรายละ 18,900.45 บาท และการกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์จะมีผลนับตั้งแต่วันที่ลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษ
ทางแพ่ง
ทั้งนี้ หากผู้กระทำผิดทั้ง 11 รายไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด กำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลาสูงสุดที่กฎหมายกำหนด ส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดแก่ ก.ล.ต.
สำหรับกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการสร้างหนี้เทียมเพื่อนำ EARTH เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำของบุคคลใดที่เกี่ยวข้องเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำหรับคดีนี้ ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 นายขจรพงศ์ คำดี ในฐานะประธานกรรมการบริหารและกรรมการของ EARTH ได้เข้าพบธนาคารเจ้าหนี้เพื่อขอเลื่อนชำระหนี้เนื่องจาก EARTH กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง และคาดการณ์ว่า EARTH จะผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินและหนี้อื่น ๆ ซึ่งนายพิสุทธิ์ พิหเคนทร์ และนายพิพรรธ พิหเคนทร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานกรรมการ และกรรมการของ EARTH ตามลำดับ รับทราบข้อมูลจากนายขจรพงศ์
ต่อมาวันที่ 16 พฤษภาคม-7 มิถุนายน 2560 นายขจรพงศ์ และนายพิสุทธิ์ได้ขายหุ้น EARTH จำนวน 33.34 ล้านหุ้น และ EARTH-W4 จำนวน 72.12 ล้านหน่วย มูลค่า 88.80 ล้านบาท ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคล 4 ราย คือนายจิตตเกษม คุณชยางกูร นายเกษมสัณห์ คุณชยางกู นางลักขณา จันทร์เต็ม และนางสาวสุภาภรณ์ สายคำ โดยมีนายพัชวัฏ คุณชยางกูร ช่วยเหลือดำเนินธุรกรรมทางการเงินและจัดหาบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลทั้ง 4 รายดังกล่าว
วันที่ 2 มิถุนายน 2560 นายพิพรรธ ซึ่งรู้ข้อมูลภายในดังกล่าวได้ยินยอมให้บริษัทหลักทรัพย์ขายหุ้น EARTH ในบัญชีของตนเอง เพื่อชำระหนี้ในบัญชีเงินกู้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น จำนวน 2.34 ล้านหุ้น รวมมูลค่า 5.19 ล้านบาท วันที่ 22 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2560 นางธัญกมล ตริตระการ ขณะเป็นกรรมการของ EARTH ได้ขายหุ้น EARTH และ EARTH-W4 ออกจนหมดบัญชี จำนวน 7.94 ล้านบาท และ 2.89 ล้านหน่วย ตามลำดับมูลค่ารวม 18.29 ล้านบาท ส่วนนางธนภร พงศ์ธิติ ซึ่งเป็นน้องสาวของนายพิสุทธิ์ ได้ขายหุ้น EARTH ออกจนหมดบัญชี จำนวน 13.96 ล้านหุ้น มูลค่า 32.12 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม และวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นพฤติกรรมการขายหุ้นที่ผิดไปจากปกติวิสัย จากที่มีลักษณะการถือครองระยะยาว นอกจากนี้ นายพิริยะ พิหเคนทร์ ซึ่งเป็นน้องชายของนายพิสุทธิ์มีพฤติกรรมการซื้อขายหุ้นที่ผิดไปจากปกติวิสัยเช่นกัน โดยขายหุ้น EARTH ออกจนเกือบหมดบัญชี จำนวน 9.2 ล้านหุ้น มูลค่า 19.44 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560
การกระทำของบุคคลทั้ง 11 รายข้างต้น ซึ่งเป็นบุคคลที่รู้หรือครอบครองข้อมูลภายในและขายหุ้น EARTH ในระหว่างที่ข้อมูลภายในยังไม่ถูกเปิดเผยต่อประชาชนเป็นการทั่วไป จึงเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตราดังที่กล่าวข้างต้น ก.ล.ต.จึงมีมติใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง และให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

