เมื่อวันที่ 25 กันยายน แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธาน ซึ่งจะมีการรับทราบสถานะการดำเนินงานในโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หรือ โครงการเน็ตชายขอบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการติดตั้ง 1 ปี จะครบกำหนดในวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยโครงการแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 งานสำคัญ คือการขยายบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้านชายขอบ และการจัดให้มีจุดบริการขยายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ขนาดเล็ก
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีผู้ชนะการประกวดราคา 3 บริษัท โดยมีผลการดำเนินการ ณ วันที่ 20 กันยายน 2561 ดังนี้ สัญญาภาคเหนือ 1 ผู้ที่ดำเนินการได้แก่บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต มีความก้าวหน้าของงาน 67% , สัญญาภาคเหนือ 2 ผู้ที่ดำเนินการได้แก่ บมจ. ทีโอที ความก้าวหน้าของงานเพียง 10% , สัญญาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ดำเนินการได้แก่ บมจ.ทีโอที มีความก้าวหน้าของงานเพียง 9% , สัญญาภาคกลางใต้ ผู้ที่ดำเนินการได้แก่ บริษัท อินเทอร์ลิ้งค์ ความก้าวหน้าของงาน 95% และสัญญาภาคใต้เสี่ยงภัย ผู้ดำเนินการได้แก่ บริษัท อินเทอร์ลิงค์ ความก้าวหน้าของงาน 84% ส่วนโครงการจัดให้มีจุดบริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ขนาดเล็ก มีผู้ชนะการประกวดราคา 3 บริษัท โดยมีผลการดำเนินการ ณ วันที่ 20 กันยายน 2561 ดังนี้ สัญญาภาคเหนือ 1 ผู้ที่ดำเนินการได้แก่บมจ. ทีโอที ความก้าวหน้า 0% , สัญญาภาคเหนือ 2 ผู้ที่ดำเนินการได้แก่ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ตความก้าวหน้า 70% , สัญญาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ที่ดำเนินการได้แก่ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ความก้าวหน้า 96% , สัญญาภาคกลางใต้ ผู้ที่ดำเนินการได้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม ความก้าวหน้า 83% และสัญญาภาคใต้เสี่ยงภัย ผู้ที่ดำเนินการได้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม ความก้าวหน้า 82%
“ต้องรอดูว่า ณ วันที่สิ้นสุดสัญญา แต่ละรายจะมีความก้าวของงานแค่ไหน เพราะอุปสรรคสำคัญคือ สภาพอากาศที่มีฝนตกชุก ทำให้ไม่สามารถเข้าพื้นที่ชายขอบที่เป็นลักษณะป่าเขาห่างไกลมาก อย่างไรก็ตามในส่วนของ บมจ.ทีโอที เพิ่งเริ่มส่งมอบงานในงวดที่ 1 จากที่กำหนดไว้ 3 งวด และจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งต้องเสียค่าปรับ หากคิด ณ วันที่ 25 กันยายน จะเสียค่าปรับตามสัญญาในส่วนโครงการจัดมีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จำนวน 199,140,760 บาท และค่าปรับตามสัญญาการจัดให้มีบริการขยายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ขนาดเล็ก 68,795,997บาท รวม 267,936,757 บาท แต่ต้องคอยรอว่าเมื่อสิ้นสุดสัญญา บมจ. ทีโอที จะส่งงานงวดต่อไปได้เมื่อไหร่” แหล่งข่าวกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบนี้ ใช้งบประมาณในการดำเนินงาน 13,614.62 ล้านบาท เพื่อให้มีการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) และให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) ในพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมาก 3,920 หมู่บ้าน แบ่งเป็น 5 พื้นที่ดำเนินการ ได้แก่ 1.กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ชายขอบภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด จำนวน 1,013 หมู่บ้าน 2.กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ชายขอบภาคเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด จำนวน 1,014 หมู่บ้าน 3.กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ชายขอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด จำนวน 1,085 หมู่บ้าน 4.กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ชายขอบภาคกลางและภาคใต้ 24 จังหวัด จำนวน 752 หมู่บ้าน และ 5.กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ชายขอบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (จะนะ,เทพา, นาทวี และสะบ้าย้อย) จำนวน 56 หมู่บ้าน

