เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 ที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน เปิดให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นเข้าขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย 2 แหล่งคือ บงกชและเอราวัณ รูปแบบแบ่งปันผลผลิต เข้ายื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและราคาประมูล โดยรายแรกที่เดินทางเข้ายื่น คือ บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด เวลา 13.40 น. รายที่สองคือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) เวลา 14.20 น. และรายที่สามคือ บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม(ประเทศไทย)จำกัด เวลา 14.32 น. ส่วน
นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า หลังปิดรับการยื่นซองเวลา16.30 น. มีผู้ประกอบการมายื่นคำขอประมูลในฐานะผู้ดำเนินงาน หรือ โอเปเรเตอร์ ในแปลงเอราวัณ มีผู้สนใจ 2 ราย คือ บริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเม้น จำกัด(มหาชน) เครือปตท.สผ. ร่วมกับ บริษัท เอ็มพี จี2 (ประเทศไทย) จำกัด เครือมูบาดาลา สัดส่วนลงทุน 60:40 และมีบริษัท เชฟรอน ประเทศไทย โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ บริษัท มิตซุยออยล์ เอ็กโปลเรชั่น คัมปานี ลิมิเต็ด สัดส่วน 76:24
ส่วนแปลงบงกช มีจำนวน 2 ราย คือ บริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเม้น จำกัด(มหาชน) เครือปตท.สผ. สัดส่วน 100% และ บริษัท เชฟรอน ประเทศไทย โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ บริษัท มิตซุยออยล์ เอ็กโปลเรชั่น คัมปานี ลิมิเต็ด สัดส่วน 76:24
นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ทั้งนี้ในรายละเอียดการยื่นข้อเสนอจะมีทั้งหมด 4 ซองคือ 1.ซองข้อเสนอทางด้านเทคนิคที่จะมีรายละเอียดของแผนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด 2.ซองข้อเสนอให้รัฐเข้ามีส่วนร่วมในสัดส่วนไม่เกิน25% 3.ซองคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลว่าถูกต้องครบถ้วนที่เงื่อนไขที่รัฐกำหนดหรือไม่ และ 4.ซองข้อเสนอด้านราคาและผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ โดยจะพิจารณา3ซองแรกก่อนว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ จึงจะเปิดซองที่4
“ในส่วนรัฐถือหุ้น25%นั้น มีคำถามว่าปตท.สผ.สามารถเข้าถือหุ้นได้หรือไม่ เรื่องนี้หากผู้ประมูลยื่นชื่อปตท.สผ.เข้ามาก็ต้องอยู่ที่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการจะเสนอให้คณะกรรมการปิโตรเลียมพิจารณาในขั้นสุดท้าย”นายวีระศักดิ์กล่าว
นายวีระศักดิ์กล่าวว่า แม้จะมีผู้ที่สนใจยื่นซองประมูลเข้ามาหลายราย โดยในแหล่งเอราวัณ มี 4 ราย และ บงกช มี จำนวน 3 ราย แต่ถือว่าน้อยเพราะเดิมมีผู้สนใจทั้งไทย ยุโรป สหรัฐ จีน ตะวันออกกลาง แต่เนื่องจากเงื่อนไขมีความเข้มข้น ไม่จูงใจให้เอกชนเข้ายื่นซองประมูล จากศักยภาพปริมาณและความยากง่ายในการผลิตของไทย ทำให้ บริษัท โท ทาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด จากฝรั่งเศส ที่เป็นผู้ร่วมลงทุนกับปตท.สผ.ในแหล่งบงกชปัจจุบันและผ่านคุณสมบัติให้ยื่นประมูลแต่สุดท้ายถอนตัว
“หลังจากยื่นซองแล้วจะใช้เวลาเพื่อพิจารณาหาผู้ชนะการประมูลและคาดว่าจะสามารถนำเสนอชื่อผู้ชนะการประมูลไปยังคณะรัฐมนตรีภายเดือนในธันวาคม 2561 ซึ่งผลจากการประมูลนี้จะสร้างรายได้ให้ประเทศไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านล้านบาท”นายวีระศักดิ์กล่าว

