นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาชี้ขาดข้อพิพาทให้ กทพ.ชำระเงินค่าชดเชยรายได้ที่ลดลงจากประมาณการให้แก่บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม ตามสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด คิดเป็นจำนวนเงิน 1,790 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนดตามสัญญารวมแล้วประมาณ 4,000 ล้านบาท ว่าทาง กทพ.ได้เสนอแผนแนวทางการชดเชยไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา แต่อาจจะไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาในวันดังกล่าว จึงต้องรอทาง ครม.ให้ความเห็นชอบก่อน
นายสุชาติกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่า ครม.จะส่งแผนกลับมาและเลือกแนวทางการชดเชยที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยาคดีที่เกิดขึ้น เนื่องจากการก่อสร้างโครงการทางด่วนดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้น ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าจะรับทราบแผนแนวทางการชดเชยจาก ครม.ภายในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ กรอบเวลาจะต้องดำเนินการชำระเงินค่าชดเชยรายได้หลังศาลฯ มีคำสั่ง 90 วัน
“ทาง กทพ.ได้เสนอแนวทางการชดเชยไปยัง ครม.แล้ว แต่อาจจะไม่ทันพิจารณาในวันอังคารที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน ระหว่างนี้ก็ต้องรอทาง ครม.พิจารณาก่อน อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะต้องดำเนินการภายในเดือนธันวาคมนี้ หรือภายใน 90 วันหลังมีคำสั่งศาล” นายสุชาติกล่าว

