วันที่ 28 กันยายน 2561 ที่กระทรวงพลังงาน นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เปิดเผยว่า กบง.มีมติอนุมัติให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ในอัตราไม่เกิน 1.00 บาทต่อลิตร ในวงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาทจนถึงสิ้นปี2561 คำนวณจากระดับราคาน้ำมันดิบไม่เกิน 85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ใช้เงินกองทุนในอัตราไม่เกิน 30 สตางค์ต่อลิตร คำนวณจากระดับราคาน้ำมันไม่เกิน 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
โดยมติดังกล่าวมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ได้รับจากมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐอเมริกา จนหลายประเทศเริ่มหยุดซื้อน้ำมันอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันตลาดโลกในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ขณะที่สหรัฐฯเองรักษาระดับการผลิตน้ำมัน นอกจากนี้ยังเข้าสู่ฤดูหนาวที่ปกติราคาพลังงานโลกจะสูงขึ้น โดยสถานการณ์ในปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้ไต่ระดับเกิน 82 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบดูไบ ระดับราคาเกิน 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นายศิริกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) แนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน แต่กระทรวงพลังงานยังคงรักษาระดับราคาตามมติเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยการตรึงราคาขายปลีกแอลพีจีอยู่ที่ 363 บาทต่อขนาดบรรจุถัง 15 กิโลกรัม ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวงเงินเพดานไม่เกิน 7,000 ล้านบาทถึงสิ้นปีนี้
“เมื่อรวมเงินที่ใช้อุดหนุนทั้งดีเซลและแอลพีจีจะอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท มั่นใจว่าจะเพียงพอในการดูแลถึงสิ้นปี เพราะปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินอยู่ 25,462 ล้านบาท แบ่งเป็น กองทุนฯบัญชีน้ำมัน 29,285 ล้านบาท และกองทุนฯบัญชีแอลพีจีติดลบ 3,823 ล้านบาท”นายศิริกล่าว

