หน้าแรก เศรษฐกิจ สำรวจคลื่น &#...

สำรวจคลื่น “เน็ตประชารัฐ” ไหลลื่นหรือติดๆ ดับๆ

29.09.18 | 08:24 น.

สำรวจคลื่นเน็ตประชารัฐž ไหลลื่นหรือติดๆ ดับๆ

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม 2559 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ หรืออินเตอร์เน็ตประชารัฐ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และสนองนโยบายนำพาประเทศไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0

จากการตรวจสอบจำนวนหมู่บ้านในประเทศไทยที่มีอยู่ราว 74,987 หมู่บ้าน โดยมีจำนวน 30,635 หมู่บ้าน หรือคิดเป็น 41% เป็นพื้นที่โซนเอ (พื้นที่ในเมือง) และโซนบี (พื้นที่มีศักยภาพ) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องสนับสนุน ส่วนอีก 44,352 หมู่บ้าน หรือคิดเป็น 59% เป็นพื้นที่โซนซี (พื้นที่ห่างไกล) 40,432 หมู่บ้าน และเป็นพื้นที่ โซนซีบวก (พื้นที่ห่างไกลมาก) 3,920 หมู่บ้าน

ดังนั้น ที่ประชุม ครม.จึงแบ่งโครงการออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.โครงการเน็ตประชารัฐ ในพื้นที่ 24,700 หมู่บ้าน โดยจะต้องมีจุดฟรีไวไฟหมู่บ้านละ 1 จุด อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มอบหมายให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินการด้วยงบประมาณแผ่นดิน 1.5 หมื่นล้านบาท จากเงินประมูลคลื่นความถี่ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ คือ ทีโอทีอ้างว่าติดตั้งเสร็จแล้ว แต่ในความเป็นจริงสามารถใช้งานได้เพียงบางพื้นที่ และยังมีอีกหลายพื้นที่ใช้งานไม่ได้

2.โครงการเน็ตประชารัฐในพื้นที่ชายขอบ หรือโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ (เน็ตชายขอบ) ในพื้นที่ 3,920 หมู่บ้าน อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กสทช. ที่รอการรับมอบจากบริษัทที่ชนะการประมูล ซึ่งตามสัญญาระบุวันที่ 28 กันยายน 2561 โดยใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือกองทุนยูโซ่ จำนวน 1.29 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังไม่เปิดบริการ ขณะที่ ความคืบหน้าของโครงการจากเอกชนหลายราย อยู่ในระดับ 67-96% มีเพียงบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่มีความคืบหน้า อยู่ที่ 0-10%ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะมีทั้งศูนย์

Advertisement

ยูโซ่เน็ต ซึ่งเปิดให้ใช้อินเตอร์เน็ตฟรีทุกหมู่บ้าน ทั้งในโรงเรียนและโรงพยาบาล เป็นเวลา 5 ปี พร้อมทั้งคิดค่าบริการอินเตอร์เน็ตในบ้านในราคาเดือนละ 200 บาท เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายขอบ ห่างไกล ทุรกันดาร
3.โครงการเน็ตประชารัฐในพื้นที่ชนบท หรือโครงการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล โซนซี จำนวน 15,732 หมู่บ้าน ที่อยู่ติดกับโครงการเน็ตประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน

โดยโครงการนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กสทช. ใช้เงินจากกองทุนยูโซ่ ราว 1.96 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบิดดิ้ง ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ประมาณเดือนตุลาคม และเซ็นสัญญาภายในเดือนพฤศจิกายน 2561

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของโครงการจะได้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยจะมีจุดบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะไวไฟหมู่บ้าน จำนวน 15,584 จุดบริการ รวมโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่จะได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 5,021 แห่ง และมีจุดบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะไวไฟโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบล (รพ.สต.) จำนวน 91 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ กสทช.จะสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานให้บริการ และบำรุงรักษาเป็นเวลา 5 ปี รวมทั้งจะมีแพคเกจอินเตอร์เน็ตบ้านราคาถูกกว่าท้องตลาดให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่โครงการ โดยคิดราคาไม่เกิน 360 บาทต่อเดือน ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในเดือนมีนาคม 2562

จากการลงสำรวจพื้นที่ติดตั้ง อาทิ ที่ จ.นครราชสีมา น.ส.เนตรนภา อาจปรุ ครู กศน.ตำบล กศน.อ.เมืองนครราชสีมา วิทยากรแกนนำเน็ตประชารัฐอำเภอเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เน็ตประชารัฐในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา ขณะนี้ติดตั้งไปเเล้ว 3 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบล ประกอบไปด้วย บ้านโคกสูง หมู่ 9 ต.ลำเชิงไกร, บ้านวังหิน หมู่ 5 ต.บ้านโพธิ์ และบ้านส้มป่อย หมู่ 8 ต.หนองกระทุ่ม ซึ่งแตกต่างจากในพื้นที่อำเภอรอบนอกที่จะได้ติดตั้งเน็ตประชารัฐมากกว่า เพราะพื้นที่ในเขต อ.เมืองนครราชสีมา จะมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงแล้วเกือบทุกพื้นที่ พบว่ามีประชาชนสามารถเข้าถึงเน็ตประชาชนเฉลี่ยหมู่บ้านละ 50 คน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านที่ได้มีการรวมตัวกันนำไปประยุกต์ใช้ในการเปิดเพจเฟซบุ๊ก สร้างหน้าร้านค้า เสนอสินค้าชุมชน สินค้าโอท็อป และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรภายในชุมชน เพื่อติดต่อกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การจัดจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้าน ส่วนกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มชาวบ้านทั่วไปก็จะใช้ในการค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารกับญาติพี่น้องและใช้เพื่อความบันเทิงในครอบครัว ซึ่งชาวบ้านหลายคนต่างก็รู้สึกดีใจที่รัฐบาลได้นำอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมาให้ชาวบ้านได้ใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ส่วน นายณัฐรัฐ ชัยบาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าเดื่อ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ บอกว่า อบต.มีพื้นที่ดูแล 2 ตำบลคือ ต.ท่าเดื่อ และ ต.มืดกา รวม 9 หมู่บ้าน ประชากรเป็นชาวกะเหรี่ยง 52% พื้นราบอีก 48% แต่ไม่มีการติดตั้งเน็ตประชารัฐสักหมู่บ้าน ทั้งที่มีประชากรรวมกว่า 3,300 คน และมีพื้นที่ติดทะเลสาบดอยเต่ากว่า 240 ตารางกิโลเมตร ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวล่องเรือจากดอยเต่า สู่เขื่อนภูมิพล อ.สามงาม จ.ตาก ที่มีนักท่องเที่ยวกว่า 100,000 คน/ปี สร้างรายได้ปีละ 10-20 ล้านบาท แต่ชุมชนไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ติดต่อสื่อสาร หากติดตั้งต้องไปขอติดตั้งเองหรือซื้อแพคเกจเป็นรายเดือน ทำให้มีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายสูงขึ้น อยากให้ติดตั้งทุกหมู่บ้านเพื่อลดค่าใช้จ่ายเชื่อมโยงกับภายนอกได้โดยตรง

ขณะที่ นายสมจิต รัตนพันธ์ หัวหน้าสำนักงานสถิติจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ติดตั้งเสร็จทั้งหมด 436 จุดใน 16 อำเภอของจังหวัด ผลการดำเนินการพบว่ามีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริง เป็นที่พอใจของประชาชนมากน้อยแค่ไหน เบื้องต้นพบว่าการใช้บริการในระยะใกล้กับจุดที่ปล่อยสัญญาณ สามารถใช้งานได้ดีกว่าในจุดที่ห่างไกลออกไป ในบางจุดนั้นพบว่าสัญญาณขาดๆ หายๆ

ด้าน นางอรอุมา เรืองสวัสดิ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง บ้านแม่ใหญ่ ต.แดนสงวน อ.ระโนด จ.สงขลา กล่าวว่า เน็ตประชารัฐในพื้นที่นั้นมีการติดตั้งเพียงจุดเดียว ซึ่งมีเด็กๆ และกลุ่มวัยรุ่นไปใช้บริการ ถือว่ามีประโยชน์ในระดับหนึ่ง แต่มองว่ารัศมีที่จะสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้นั้นไม่ครอบคลุมมากนัก ทำให้คนที่อยู่ห่างไกลจากจุดส่งสัญญาณไม่สามารถใช้บริการได้ นอกจากนั้นในส่วนตัว ที่กลุ่มจะเป็นศูนย์รวมของกลุ่มชุมชนต่างๆ หลายกลุ่ม แต่ปัจจุบันก็ต้องใช้อินเตอร์เน็ตส่วนตัว ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่าย หากเป็นไปได้อยากให้แต่ละหมู่บ้านมีเน็ตประชารัฐสัก 2-3 จุด โดยเลือกจุดที่อยู่ใจกลางหมู่บ้าน จุดที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มชุมชน เพื่อให้กลุ่มเหล่านี้ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

นับเป็นความคืบหน้าการขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลนำพาประเทศก้าวสู่ ไทยแลนด์ 4.0Ž