หน้าแรก เศรษฐกิจ บีโอไอนัด3หน่...

บีโอไอนัด3หน่วยงานถกสิทธิปย.หนุนเมืองรอง-ไทยแลนด์ริเวียร่าตามคำสั่ง”บิ๊กตู่”

1.10.18 | 04:29 น.

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้บีโอไอเร่งจัดทำกรอบสิทธิ
ประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวแบบชัดเจน เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่ หรือเมืองรอง รวมถึงการท่องเที่ยวทางทะเล อาทิ โครงการไทยแลนด์ริเวียร่า ว่า เดือนตุลาคมนี้จะหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณามาตรการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบลงลึก
กระจายการลงทุนไปยังเมืองรองและโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า จากปัจจุบันที่บีโอไอมีการสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ยังเป็นรูปแบบทั่วไปไม่ลงลึกมาก

“โจทย์คือการดึงลงทุนเข้าไปในเมืองรอง ในโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า ซึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ ต้องมีกลไกของชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งปัจจุบันตามกฎหมายของบีโอไออนุญาตให้ผู้ขอรับการส่งเสริมเป็น3รูปแบบ คือ บริษัท มูลนิธิ สหกรณ์ ดังนั้นหากชุมชนจะขอรับการส่งเสริมก็ต้องมี3รูปแบบนี้ นอกจากนี้ต้องดูว่าทั้ง 3 หน่วยงานที่บีโอไอเตรียมหารือร่วม จะมีข้อเสนอด้านสิทธิ
ประโยชน์อย่างไรบ้าง หากหารือลงตัวก็อาจสรุปมาตรการและเสนอต่อนายกรัฐมนตรีได้เร็วเช่นกัน”นายนฤตม์กล่าว


นายนฤตม์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามปัจจุบันบีโอไอมีการส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)เข้าลงทุนในกิจการด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาเคยออกมาตรการ โลคอล อินเวสเมนท์ ที่สนับสนุนให้บริษัทขนาดใหญ่เข้าไปลงทุนทำแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งบริษัทนั้นสามารถนำมูลค่าลงทุนมาลดหย่อนภาษีกับกิจการที่เคยได้รับการส่งเสริมได้ แต่ไม่เกินวงเงินที่ลงทุน เพราะหากให้สิทธิประโยชน์กับโครงการที่ลงทุนในชุมชนอาจไม่จูงใจเพราะรูปแบบนี้คืนทุนช้าอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาสิทธิประโยชน์นี้มีเอกชนยื่นขอลงทุนน้อยรวมแล้วไม่ถึง 1,000 ล้านบาท โดยบีโอไอ อาจนำสิทธิประโยชน์มาทบทวนร่วมกับสิทธิประโยชน์อื่นๆอีกครั้ง

นายนฤตม์กล่าวว่า สำหรับคำขอกิจการด้านการท่องเที่ยวรวบรวมตัวเลขล่าสุดคือ ช่วงครึ่งปีแรก(มกราคม-มิถุนายน)ของปีนี้ อยู่ที่ 12 โครงการ มูลค่า 13,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2560 มีคำขอรวมทั้งปี 38 โครงการ มูลค่า 37,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้แม้คำขอยังไม่มากแต่เชื่อว่าช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้จะมีคำขอกิจการท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นและมีโอกาสมากกว่าปี2560 เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวของไทยมีการเติบโต ประกอบกับมีนโยบายอีอีซี ซึ่งจะทำให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่มากขึ้น