หน้าแรก เศรษฐกิจ เตรียมออกทีโอ...

เตรียมออกทีโออาร์อีอีซีครบตค.นี้ มั่นใจเสร็จก่อนเลือกตั้ง ปั้นไทยขึ้นฮับอาเซียน

1.10.18 | 16:30 น.

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กบอ.) ครั้งที่ 2/2561 ว่า กบอ. เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก(กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ เพื่อเห็นชอบกรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) อีก 4 โครงการ มูลค่ารวมราว 4.26 แสนล้านบาท ได้แก่ โครงการเมืองการบินภาคตะวันออก-สนามบินอู่ตะเภา โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา(เอ็มอาร์โอ) โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3โครงการท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 รวมทั้งแผนพัฒนาโครงการแผนปฏิบัติการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ระยะเวลา 5 ปี มูลค่าราว 1.8 หมื่นล้านบาท ก่อนจะเตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบภายในเดือนตุลาคมนี้ และคาดว่าจะออกหนังสือชี้ชวนการลงทุนและเงื่อนไขการเข้าร่วมประมูล(ทีโออาร์) ภายในเดือนตุลาคม-พฤษจิกายนนี้ โดยจะประกาศชื่อผู้ชนะการเสนอราคาและเซ็นสัญญาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ออกทีโออาร์ไปแล้วและกำหนดรับข้อเสนอเอกชนในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ สำหรับมูลค่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีทั้ง 5 โครงการรวมมูลค่า 6.5 แสนล้านบาท จากมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นในพื้นที่อีอีซีรวม 1.7 ล้านล้านบาท

“การลงทุนทั้ง 5 โครงการจะใช้รูปแบบการลงทุนร่วมรัฐและเอกชน หรือพีพีพี โดยรัฐบาลจะลงทุนราว 30% ของมูลค่าโครงการหรือประมาณ 2 แสนล้านล้านบาท ที่เหลืออีก 70% ให้เอกชนลงทุนและมีการจัดสรรประโยชน์ร่วมกัน คาดผลประโยชน์ของรัฐบาลเบื้องต้นอยู่ในหลักแสนล้านบาท อย่างไรก็ดีตัวเลขจะเป็นเท่าใดขึ้นอยู่กับการเสนอของเอกชนแต่ละราย ทั้งนี้ มั่นใจว่าโครงการลงทุนในอีอีซีจะเดินหน้าต่อไป เพราะจะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและเป็นประโยชน์ต่อประเทศและคนไทย ซึ่งอีอีซีอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ได้วางแนวทางไว้ชัดเจนและมีกฎหมายรองรับซึ่งไม่ว่ารัฐบาลใดก็ต้องสานต่อ” นายอุตตม กล่าว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองประธาน กบอ. กล่าวว่า ในช่วง 4-5 เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้ง ดังนั้นเป้าหมายของประเทศไทยจะต้องดำเนินการพัฒนาอีอีซีให้สำเร็จเป็นรูปธรรมจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะนี้ได้ดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้และทุกโครงการจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค ทั้งด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ศูนย์เอ็มอาร์โอที่ทันนสมัยที่สุดในอาเซียน เป็นศูนย์กลางท่าเรือในอินโดไชนา รองรับการขนส่งปิโตรเคมีและสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลจะไม่น้อยหน้าใครในภูมิภาคและรองรับการเป็นดิจิทัลเกตเวย์ ดิจิทัลพาร์คที่จะเกิดขึ้น