น.ส.ดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปี 2559 กระทรวงเกษตรของอินโดนีเซียแจ้งว่า การนำเข้าในช่วงที่ 1 หรือครึ่งแรกของปี (เดือนมกราคม-มิถุนายน) ไทยสามารถส่งออกทุเรียนไปอินโดนีเซียได้เพียง 1 เดือน คือในเดือนมิถุนายนเท่านั้น เนื่องจากช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม เป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียนของอินโดนีเซียออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาทุเรียนในประเทศตกต่ำ หากมีการนำเข้าจากไทยอาจส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนของอินโดนีเซีย ดังนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมอบให้นายชุมเจตน์ กาญจนเกสร ผู้อำนวยการสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงจาการ์ตา เร่งประสานงานกับกระทรวงเกษตรของอินโดนีเซีย พิจารณานำเข้าทุเรียนจากไทยช่วงที่ 2 คือครึ่งปีหลังมากขึ้น เพื่อให้ฝ่ายอินโดนีเซียรับพิจารณาข้อเสนอของไทย ช่วยขยายโอกาสทางการค้าและสามารถผลักดันส่งออกทุเรียนไทยได้เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนของไทยให้มีช่องทางกระจายผลผลิตเพิ่มและมีรายได้มากขึ้นด้วย
“ในขั้นตอนเจรจา สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงจาการ์ตา จะเสนออินโดนีเซียพิจารณาการนำเข้าทุเรียนจากไทยปี 2560 ในช่วงที่ 1 โดยขอเพิ่มระยะเวลาการนำเข้าจาก 1 เดือน เป็น 2 เดือน คือช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2560 เนื่องจากไทยจะมีผลผลิตทุเรียนคุณภาพดีออกสู่ตลาดมากในช่วงดังกล่าว” น.ส.ดุจเดือนกล่าว
น.ส.ดุจเดือนกล่าวว่า การส่งออกทุเรียนไทยไปยังอินโดนีเซียปีนี้ที่มีเวลาค่อนข้างจำกัดเพียง 1 เดือน จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมบริหารจัดการส่งออกทุเรียนให้ดี ตั้งแต่การคัดเลือกทุเรียนและตรวจวิเคราะห์สารตกค้างตามเงื่อนไขของประเทศคู่ค้า โดยมีห้องปฏิบัติการของไทย 9 แห่ง ที่กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียให้การรับรอง เพื่อให้สามารถส่งออกทุเรียนได้ทันตามเวลาที่กำหนด และผลักดันส่งออกทุเรียนไทยไปอินโดนีเซียให้ได้มากที่สุด โดยทุเรียนสามารถส่งไปยังทุกด่านของอินโดนีเซียได้ ทุเรียนถือเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ประเทศอินโดนีเซียอนุญาตให้นำเข้าจากไทยได้ ภายใต้กฎระเบียบการจำกัดปริมาณการนำเข้าของกระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย ซึ่งปีที่ผ่านมาไทยได้ส่งออกทุเรียนไปยังอินโดนีเซียรวมกว่า 6,000 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 260 ล้านบาท

