เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 32.52บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจาก 32.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน โดยหลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐย้ำสัญญาณการขยายตัวที่แข็งแกร่งในทุกภาคธุรกิจทำให้ตลาดการเงินโลกกลับมาคึกคักมาก(Risk On) ล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนอกภาคการผลิต (ISM Non-Manufacturing Index) ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 61.6 จุด สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 พร้อมกับตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP Employment) ที่ขยายตัวถึง 2.31 แสนตำแหน่ง จากที่ประเมินไว้ว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 1.81 แสนตำแหน่ง
นายจิติพล กล่าวว่า ภาพเศรษฐกิจที่ร้อนแรงดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยิลด์) สหรัฐระยะยาวทั้งอายุ 10 ปีและ 30ปี ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในปีนี้ โดยยิลด์ 10 ปีสหรัฐสูงขึ้นที่ระดับ 3.18% ขณะที่ ยิลด์ 30ปีที่ 3.34%ในปัจจุบันก็เป็นจุดสูงที่สุดในรอบ 4 ปี พร้อมกันนี้ หุ้นสหรัฐก็ปรับตัวสูงขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยทั้ง S&P500 และ Nasdaq ฟื้นตัวขึ้น 0.1% และ 0.3% ตามลำดับ แม้ในระยะสั้นดูเหมือนว่ามีเพียงเศรษฐกิจสหรัฐพี่ได้รับผลประโยชน์ แต่เชื่อว่าภาวะ Risk On จะส่งผลบวกกับการลงทุนทั่วโลกแน่นอน ในอนาคตความร้อนแรงของเศรษฐกิจจะเริ่มส่งผลบวกกลับมาสู่เศรษฐกิจโลก เพราะเรื่องเงินเฟ้อที่สูงจากภาษีนำเข้าในสหรัฐ จะได้รับการควบคุมด้วยดอกเบี้ยนโยบาย เมื่อดอลลาร์สหรัฐไม่อ่อนค่า เศรษฐกิจก็จะยังคงมีแนวโน้มเป็นบวก
นายจิติพล กล่าวว่า สำหรับค่าเงินบาทในระยะสั้นถูกดันขึ้นจากแนวโน้มดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า อย่างไรก็ตามในวันนี้เชื่อว่าจะมีแรงขายจากผู้ส่งออกกลับมากดให้เงินบาทอ่อนค่าได้ไม่มาก เป้าหมายต่อไปของตลาด ตอนนี้คือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์ แม้เราจะเชื่อว่าการจ้างงานยังแข็งแกร่ง แต่อาจต้องระวังว่าจะดีเพียงพอกับความคาดหวังที่สูงของนักลงทุนหรือไม่ คาดกรอบค่าเงินบาทที่ 32.47- 32.57บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

