นางสาวพัดชา พงศ์กีรติยุต ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ กรมสรรพากร กล่าวถึงกรณีการคัดเลือกตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง (แท็กซ์รีฟันด์) มีเอกชนผ่านเกณฑ์ 1 รายว่า เอกชนไม่ผ่านเกณฑ์ 2 ราย สามารถยื่นอุทธรณ์ ซึ่งเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 กรมสรรพากรหารือกับเอกชนเพื่อหาทางออกร่วมกันที่จะให้โครงการนี้เดินต่อไปได้ ซึ่งการเดินหน้าต่อนั้นต้องไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิด
นางสาวพัดชา กล่าวว่า ยืนยันว่ากรมต้องการเปิดให้เอกชนหลายรายเข้ามาทดลองแท็กซ์รีฟันด์ ซึ่งเป็นขั้นทดลอง 6 เดือน ก่อนที่จะประเมินว่าจะเปิดเป็นการถาวรหรือไม่ จากการหารือกับเอกชนมีความเข้าใจตรงกันแล้ว และกรมพร้อมรับการอุทธรณ์ของเอกชนมาพิจารณา และหาทางออกร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศ ซึ่งสรรพากรยินดีให้เอกชนผ่านทุกราย หากไม่ผิดกฎหมาย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นประโยชน์ร่วมกัน
“คงรับเรื่องอุทธรณ์มาดูว่ามีประเด็นอะไรที่มีความผิดพลาด ถ้าเดินต่อได้กรมจะอนุญาตให้ดำเนินการ แต่ถ้าดูแล้วไม่ได้จะแจ้งผลให้ทราบ ยืนยันว่าจะพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา และเดินตามขั้นตอนของกฎหมาย”นางสาวพัดชา กล่าว
นายสาโรช ทองประคำ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสรรพากร กล่าวว่า ในเรื่องอุทธรณ์ถ้ากรณีไม่เห็นด้วยกับการอุทธรณ์ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 90 วันเพราะต้องเสนอเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง แต่ถ้าเห็นด้วยใช้พิจารณา 30 วัน ซึ่งคงต้องขอดูประเด็นว่าผู้ประกอบการจะอุทรณ์ประเด็นอะไรบ้าง ในการพิจารณาต้องยืนในหลักการเดิมที่กำหนดไว้
นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการแทกซ์รีฟันด์ เป็นแนวคิดของคณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและ MICE (D3) เพื่อสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว ซึ่งพบว่าการคืนภาษีที่สนามบินมีแถวค่อนข้างยาวมาก ดังนั้นหากสามารถจ่ายเงินคืนภาษีเป็นเงินบาทในเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวนำเงินมาใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งในการทำงานร่วมกับกรมสรรพากรกับคณะทำงาน d 3 ยืนยันการทำงานร่วมกันโปร่งใส ไม่ได้ทำเพื่อเอกชนรายได้ แต่ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ

