กรมชลประทาน เร่งช่วยเกษตรกรชาวเชียงดาว หลังระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายของฝายเชียงดาว(วังไฮ)พัง หลังเกิดน้ำหลากจากฝนตกหนัก ไม่สามารถส่งน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรด้านปลายคลองกว่า 1,500 ไร่ ได้
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2 – 3 ตุลาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากลำห้วยแม่สืบ ซึ่งเป็น ลำห้วยธรรมชาติ มีน้ำไหลล้นตลิ่งเข้าสู่ระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายของฝายเชียงดาว(วังไฮ) ซึ่งได้พัดพาเอาเศษสวะเศษไม้ที่มากับน้ำหลากอุดตันบริเวณท่อลอดถนนข้ามระบบส่งน้ำฝั่งซ้าย ทำให้เกิดการกัดเซาะคันดินของระบบส่งน้ำได้รับความเสียหายประมาณ 100 เมตร ส่งผลให้ไม่สามารถส่งน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรที่อยู่ด้านปลายคลองประมาณ 1,500 ไร่ได้ ทำให้นาข้าวประมาณ 30 ไร่ ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ
กรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหายพร้อมวางแผนให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ด้วยการเบี่ยงทางน้ำจากลำห้วยแม่สืบระบายออกสู่แม่น้ำปิง เพื่อลดปริมาณน้ำไม่ให้ไหลหลากเข้าสู่ระบบส่งน้ำฝั่งซ้าย ซึ่งจะสร้างความเสียหายเพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนี้ ได้สนับสนุนกระสอบทรายจำนวน 2,000 กระสอบ และไม้เสายูคา จำนวน 500 ท่อน เพื่อดำเนินการซ่อมแซมระบบส่งน้ำเป็นการชั่วคราว ปัจจุบันระดับน้ำหลากได้ลดลงอยู่ในภาวะปกติแล้ว
ทั้งนี้ ในระยะสั้น โครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ ฝ่ายปกครอง หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32(นพค.32) และองค์กรท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ใช้น้ำฝายเชียงดาวที่ได้รับผลกระทบ โดยหน่วยนพค. 32 จะให้การสนับสนุนเครื่องจักร ในการถมดินบริเวณที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ส่วนโครงการชลประทาน-เชียงใหม่ ได้เตรียมท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร มาวางเรียง 2 แถว ความยาว 100 เมตร เพื่อเชื่อมต่อระบบส่งน้ำช่วงที่เสียหาย พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อส่งน้ำเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรด้านท้ายที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันพรุ่งนี้(7 ต.ค. 61)เป็นต้นไป ซึ่งจะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรได้ ภายในวันที่ 12 ต.ค. 61 โดยกรมชลประทาน จะเร่งหาแนวทางในการปรับปรุงอาคารท่อลอดและระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายของฝายเชียงดาวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

