‘กุลิศ’สั่งเฉือนโครงการสอดไส้ของบกองทุนอนุรักษ์หมื่นล้าน

10.10.18 | 10:06 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯได้มีการกำหนดเกณฑ์ในการคัดกรองโครงการอย่างไรในปี 2562 ซึ่งมีการจัดสรรงบไว้จำนวน 10,448 ล้านบาท แต่มีโครงการเสนอของบจำนวน 31,000 ล้านบาท 900 โครงการ โดยหลักในการพิจารณานั้นนายกุลิศได้เน้นย้ำที่ประชุมให้พิจารณาจากหลายด้าน อาทิ โครงการที่ขอเข้ามาต้องไม่ใช่โครงการที่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่มีอยู่แล้ว โครงการที่ได้รับงบประมาณไปแล้วแต่ยังดำเนินการไม่ถึง10% แล้วมาของบต่อเนื่องจะไม่ได้รับการพิจารณา และหากพบว่าเป็นโครงการที่เสนอเข้ามาแต่มูลค่าสูงกว่าราคากลางก็จะถูกตัดเช่นกัน นอกจากนี้โครงการที่รับเงินไปแล้ว ซื้อของแล้ว แต่ไม่มีงบสำหรับการบำรุงรักษาก็จะตัด


แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนโครงการที่จะได้รับการอนุมัตินั้นต้องสอดคล้องกับแผนปฏิรูปพลังงาน โดยได้แจ้งเกณฑ์แต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ให้ดำเนินการเพื่อนำผลการพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในสัปดาห์หน้า เพื่อสรุปในขั้นตอนสุดท้ายก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

“พบว่ามีบางหน่วยงานเสนอเข้ามาเป็นรูปแบบยัดไส้จำนวนมาก จึงคาดว่าหลังการพิจารณาในชุดอนุกรรมการกลั่นกรองแล้วจะสามารถตัดโครงการที่ไม่จำเป็นออกไปได้มากพอสมควร แต่จะเป็นเท่าไรต้องให้เจ้าหน้าที่ได้มีเวลาทำงานก่อน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือสนพ.จะพิจารณาและส่งให้สำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พิจารณาตามเกณฑ์ที่นายกุลิศกำหนด ซึ่งเกณฑ์ที่นำมาพิจารณานั้นใช้หลักปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพราะเป็นหลักที่ทุกหน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติตาม ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบแนวทางพิจารณางบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานรูปแบบเดิมก็พบว่ามีโอกาสรั่วไหลมากพอสมควร”แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการพิจารณางบเพิ่มเติมปี 2561 เพื่อสนับสนุนกลุ่มโครงการไทยนิยมยั่งยืน วงเงิน 5,200 ล้านบาท แบ่งการลงทุนเป็น 3 รูปแบบ ประกอบด้วย โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับโรงเรียนชนบท และโครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ประชุมได้มีการตั้่งคำถามถึงการระยะเวลาของงบที่กำหนดไว้ในปีงบประมาณ 2561 แต่ปัจจุบันอยู่ในปีงบประมาณ 2562 แล้ว ถือว่าปี 2561 จบแล้วจึงต้องพิจารณาว่ายังสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพราะไม่ใช่งบผูกพันข้ามปี ขณะที่โครงการก็ยังไม่มีการพิจารณา จึงต้องทำให้ถูก

Advertisement

“ล่าสุดจึงส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางช่วยดูจะสามารถผนวกเป็นงบปี 2562 ได้อย่างไร ตัดโครงการอื่นออกแล้วนำโครงการไทยนิยมยั่งยืนมารวมแทนได้หรือไม่ จะเร่งดำเนินการแต่ต้องเป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง ซึ่งรูปแบบนี้โครงการที่ขอเข้ามาไม่ต้องยื่นใหม่ ใช้โครงการที่อยู่เดิมได้เลย”แหล่งข่าวกล่าว