นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนว่า เดิมที่ความขัดแย้งดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อไทยเห็นจากตัวเลขส่งออกที่เติบโตดีในช่วงที่ผ่านมา แต่ล่าสุดหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศจะเพิ่มจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 2 แสนเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันเก็บอยู่ที่5หมื่นเหรียญสหรัฐ ทำให้นักวิเคราะห์ทั่วโลกเริ่มกังวลว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่เดิมคาดว่าปี 2562 จะเติบโต 3.6-3.7% ซึ่งผลกระทบนี้อาจส่งผลต่อการส่งออกไทยในปี 2562 ให้ขยายตัวลดลงด้วย จากปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 8-9% ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นายเกรียงไกรกล่าวว่า นอกจากนี้ ผลกระทบดังกล่าวจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของจีน ที่พบว่าค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง ทำให้รัฐบาลมีแผนอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกลดลง รวมทั้งประเทศไทยด้วย อาจส่งผลกระทบต่อยอดนักท่องเที่ยวตลอดรายได้จากการท่องเที่ยวที่ลดลงด้วย
“ต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจขับเคลื่อนจากการส่งออก ท่องเที่ยว และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ดังนั้นปีหน้าต้องติดตามว่าภาครัฐจะเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน” นายเกรียงไกรกล่าว

