หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : หนี้ครัวเรือนสูง

16.10.18 | 12:00 น.

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยยังมีการก่อหนี้ในระดับสูง


แต่การก่อหนี้เป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจทำให้มีเงินหมุนในระบบ

ปัจจุบันสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจประเทศ (จีดีพี) ปรับลดลงต่อเนื่องในช่วง 9 ไตรมาสที่ผ่านมา หลังจากที่เพิ่มขึ้นเร็วต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2553-2554 ที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ราว 59% หรือยอดหนี้คงค้าง 6.40 ล้านล้านบาท และหนี้ครัวเรือนแตะระดับสูงสุดคิดช่วงไตรมาสที่ 4/2558 ที่ 80.8% ต่อจีดีพี หรือยอดหนี้คงค้าง 11.10 ล้านล้านบาท ขณะที่ ณ ไตรมาส 2 ปี 2561 ยอดหนี้คงค้างอยู่ที่กว่า 12.34 ล้านล้านบาท หรือ 77.5% ต่อจีดีพี สัดส่วนหนี้ครัวเรือนลดลงเป็นผลจากการเติบโตของยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนช้ากว่าการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม แต่พบว่าหนี้ต่อรายได้ของครัวเรือนมี
แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยและเป็นหนี้เร็ว เป็นหนี้จำนวนมากและเป็นหนี้นาน

สาเหตุมาจากกระแสการบริโภคและการใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นทำให้เกิดทัศนคติที่ว่าถ้าคนอื่นมี ฉันก็ต้องมี หรือมีการใช้จ่ายกับเรื่องไลฟ์สไตล์เพิ่มมากขึ้น ทั้งการท่องเที่ยว กิน ดื่ม เป็นต้น มีการซื้อรถ ซื้อบ้านมูลค่าสูงเกินฐานะ รวมทั้ง อาจจะขาดการวางแผนทางการเงิน เลือกใช้ก่อนจ่ายทีหลัง

Advertisement

ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ กังวลเพราะเป็นการสะสมความเปราะบางทางการเงิน ทำให้อ่อนไหวต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากรายได้อาจจะเพิ่มขึ้นไม่เร็วเท่ากับการก่อหนี้

รวมทั้งในภาวะดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจะทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้น หากมีผลกระทบไม่สามารถหารายได้จะกระทบต่อการชำระหนี้ ส่งผลให้เกิดหนี้เสียตามมาซึ่งอาจจะกระทบกับเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมได้

ดังนั้นในครัวเรือนต้องประเมินตัวเอง ใช้จ่ายและก่อหนี้ในระดับที่มีความสามารถในการชำระคืนได้ และควรมีวินัยทางการเงินและวางแผนการเงิน

ในส่วนของภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้กับครัวเรือนอย่างจริงจัง รวมถึงมีแนวทางส่งเสริมการสร้างรายได้เพื่อไม่ให้หนี้ครัวเรือนกลายเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจในอนาคต

จุฑามาศ ศรีสวัสดิ์