นายศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย กล่าวว่า ขณะนี้ราคาปาล์มตกต่ำซึ่ง ปัจจัยหลักมาจากสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ) ที่อยู่ระดับสูงกว่า 3 แสนตันเพราะผลผลิตปาล์มของไทยยังคงทยอยออกมาต่อเนื่อง ประกอบการกับใช้ดีเซลในช่วงไตรมาส 3 ไม่ได้ขยายตัวนักเพราะเป็นช่วงฤดูฝนทำให้การใช้ บี 100 ต่ำไปด้วย นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดโลกเฉลี่ยเพียง 17 บาทต่อกก.เท่านั้น ถือว่าค่อนข้างต่ำทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปยังต่างประเทศได้เลย
นายศาณินทร์กล่าวว่า สำหรับการจำหน่ายบี 20 ช่วยได้เล็กน้อยในการดูดซับซีพีโอ เพราะคนที่จะใช้บี 20 ถูกจำกัดมีเพียงรถบรรทุกเท่านั้นทำให้การใช้บี 20 ยังห่างจากเป้าหมายที่กระทรวงตั้งไว้พอสมควร โดยปัญหาทั้งหมดทุกฝ่ายต้องมองการแก้ไขปัญหาแบบระยะยาว
นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมัน จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ราคาปาล์มทะลายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วง1-2เดือนที่ผ่านมาราคา 3.60-3.80 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) ขณะนี้เฉลี่ยระดับ 2.50-2.60 บาทต่อกก. เป็นอัตราเฉลี่ยที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และสิ่งที่น่ากังวลคือระดับราคาดังกล่าวอาจมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเมื่อผลผลิตปาล์มยังคงมีผลผลิตอยู่อีกระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องการเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะหากจะให้คุ้มต้นทุนจริงควรจะอยู่ระดับไม่น้อยกว่า 3 บาทต่อกก.
ด้านนายยู เจียรยืนยงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน(เอทีเอฟ)กล่าวว่า ขณะนี้รถบรรทุกที่ใช้น้ำมันบี 20 ที่กระทรวงพลังงานส่งเสริมนั้นยังไม่มากนัก เนื่องจากผู้ใช้รถรายย่อยเข้าไม่ถึงจุดเติมน้ำมันที่ไม่ใช่เป็นปั๊มทั่วไปแต่เป็นเฉพาะจุดจอดรถบรรทุก(ฟลีท)ที่ร่วมโครงการเท่านั้น ขณะเดียวกันรถบรรทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2010 ขึ้นมาก็ใช้ไม่ได้ ประกอบกับค่าบำรุงรักษาก็แพงมากไม่คุ้มเมื่อเทียบกับราคาบี 20 ที่ต่ำกว่าดีเซลปกติเพียง 3 บาทต่อลิตร

