นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้จัดตั้งโครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากล หรือ “THAIDEN (ไทยเด่น)” ขึ้น ซึ่งมุ่งหวังให้ผู้การประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมของใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึกที่สามารถต่อยอดสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีการพัฒนาศักยภาพไปสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยโครงการดังกล่าวยังได้เฟ้นหาและคัดเลือกผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเด่นมีอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ในแต่ละจังหวัดเข้าสู่กระบวนการออกแบบและพัฒนาสินค้าในเฟสที่ 1 โดยจะคัดเลือกให้เหลือตัวแทนจังหวัดละ 1 ราย รวมทั้งสิ้น 77 ราย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผลิตเชิงพาณิชย์และต่อยอดด้วยการตลาดดิจิทัลจากพันธมิตร เช่น เครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ธนาคารกสิกรไทย และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ พร้อมเชื่อมโยงให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เกิดการขยายการผลิตในท้องถิ่นและรองรับการขยายตัวของการท่องเที่ยวของชุมชนได้สูงขึ้นต่อไป
“โครงการไทยเด่น จะสนับสนุนให้ เอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชนทุกจังหวัดสามารถสร้างสรรค์ พัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนท้องถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่มรายได้และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย จัดนิทรรศการแสดงผลงานสินค้าชุมชน พร้อมด้วยกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ จากวิทยากรพิเศษและนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง อาทิ นายตัน ภาสกรนที จากอิชิตัน นายฟูมิ ซาซาดะ จากบราวิส อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทออกแบบบรรจุภัณฑ์อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น”นายกอบชัยกล่าว
นายกอบชัยกล่าวว่า จากการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมของฝาก ของที่ระลึก และสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนไทยในช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมานี้ พบว่าผู้ประกอบการหลายรายยังมีความจำเป็นต้องปรับปรุงในปัจจัยที่สำคัญต่างๆ ได้แก่ 1.การพัฒนาตราสินค้า เนื่องจากตราสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญลำดับแรกๆที่จะใช้สื่อสารและสร้างการจดจำให้กับผู้บริโภค โดยในปัจจุบันผู้ประกอบการไทยยังคงติดอยู่กับการใช้รูปแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สี การออกแบบ การใช้ตัวอักษร ฯลฯ ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนให้มีความร่วมสมัยและเป็นสากลมากขึ้น 2. บรรจุภัณฑ์ ต้องมีความแข็งแรงทนทาน มีความแปลกและแตกต่างจากสินค้าคู่แข่ง เพื่อสร้างความประทับใจระหว่างผู้ให้และผู้รับ รวมถึงจะต้องสามารถยืดอายุของสินค้าและผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี 3. การเข้าถึงช่องทางดิจิทัลและออนไลน์ ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีที่สุดในปัจจุบัน 4. การศึกษาตลาดของผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้พฤติกรรมที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภคในหลายๆกลุ่ม อาทิ ผู้สูงอายุ วัยรุ่น ชาวต่างประเทศ

