“รมว.เกษตรฯ” เข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรี วาระความมั่นคงอาหารโลก และวันอาหารโลก ณ สำนักงานใหญ่ เอฟ เอ โอ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ยืนยัน ไทยมุ่งหน้าร่วมมือประชาคมโลกแก้ไขปัญหาความอดอยากหิวโหยตามแนวทางพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความอดอยากหิวโหยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขึ้นกล่าวแถลงผลงานของรัฐบาลไทยในการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของสหประชาชาติ (SDGs) ตามเป้าหมายที่ 2 ซึ่งเกี่ยวกับวาระการสร้างความมั่นคงอาหาร และการขจัดปัญหาความอดอยากหิวโหย ในที่ประชุมองค์การอาหารและเกษตรแห่งประชาชาติ หรือ FAO ณ กรุงโรม พร้อมได้นำเสนอศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้น้อมนำลงไปสู่การปฏิบัติจริงผ่านโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการพัฒนาของส่วนราชการต่างๆ ในด้านบริหารจัดการดิน น้ำ และทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อนำมาใช้ในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร
นายกฤษฎาได้กล่าวถึงพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ได้ให้ทุกส่วนราชการน้อมนำพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาขยายผลสู่การปฏิบัติให้ครอบคลุมทุกมิติผ่านโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทยในด้านต่างๆ เช่น โครงการมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร(มทส.)โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามพระราชดำริ เป็นต้น
นอกจากนี้นายกฤษฎายังได้กล่าวถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะทูตพิเศษด้านการขจัดความหิวโหยของ FAO และทูตพิเศษด้านโครงการอาหารในโรงเรียนของโครงการอาหารโลก (WFP) โดยได้ดำเนินการผ่านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศไทย
รมว.เกษตรฯ รายงานต่อที่ประชุมเอฟ เอ โอ ว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร อันดับ 11 ของโลก และไทยให้ความสำคัญกับโครงการขจัดความอดอยากหิวโหยของสหประชาชาติ ซึ่งผู้แทนเอฟ เอ โอ ที่ทำหน้าที่อภิปรายในที่ประชุมได้กล่าวยกย่องความสำเร็จในการสร้างความมั่นคงอาหาร และความหิวโหยของประเทศไทยผ่านโครงการโครงการพัฒนาด้านต่างๆ ของทั้งส่วนราชการและภาคประชาชนในประเทศไทย


