หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.แจง3มาตรกา...

พณ.แจง3มาตรการแก้ปาล์มล้นสต๊อก-ราคาตกต่ำ โยน กนป.เร่งรัด-บังคับใช้จริง(ชมคลิป) 

17.10.18 | 14:07 น.

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ว่า กรมกำลังเร่งรัดตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มปี 2561

นายวิชัยกล่าวว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ 1.มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยเร่งรัดผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 3 แสนตัน เพื่อลดสต๊อกน้ำมันปาล์มให้เข้าสู่ระดับปกติและช่วยรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้เสนอขอใช้งบประมาณจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 525 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเสนอสำนักงบประมาณ ซึ่งประเด็นนี้ กรมจะเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด วันที่ 25 ตุลาคมนี้ เพื่อขยายกรอบเวลาการใช้มาตรการนี้ ซึ่งกรอบเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ขยายไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และทบทวนราคาอ้างอิงน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) สอดรับราคารับซื้อปาล์มดิบสำหรับผู้ค้าที่เข้าโครงการและได้รับการชดเชยค่าขนย้ายและค่าใช้จ่ายต่างๆ กิโลกรัมละ 1.75 บาท ซึ่งมติก่อนหน้านั้นใช้ราคาอ้างอิงน้ำมันดิบที่ 19 บาทต่อกิโลกรัม แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบลดลงเหลือ 17-18 บาท ซึ่งจะเสนอขออนุมัติจาก กนป. และรายงานต่อ ครม.เพื่อบังคับใช้ต่อไป

นายวิชัยกล่าวว่า 2.แก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มที่อ่อนตัวลงต่อเนื่อง โดยผลักดันให้มีการเร่งใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ในรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ให้เพิ่มขึ้นโดยด่วน เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกิน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานให้กระทรวงพลังงาน เร่งกำหนดมาตรฐานรถยนต์และมาตรการจูงใจให้มีการพัฒนารถยนต์บรรทุกขนาดเล็กให้สามารถใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ได้ ซึ่งกรมได้หารือกับผู้ผลิตรถยนต์ 2-3 ยี่ห้อ ได้รับการยืนยันแล้วว่าพร้อมผลิตรถยนต์ใช้พลังงานบี 20 เพียงพอมาตรฐานของกระทรวงพลังงาน หากส่วนนี้ดำเนินการได้จะช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกินได้เดือนละ 1.0-1.2 แสนตันต่อเดือน ก็จะเร่งรัดในการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มฯด้วย

นายวิชัยกล่าวต่อว่า 3. ส่วนการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในระดับพื้นที่ ได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่และชุมพร พิจารณาแนวทางบริหารจัดการในรูปแบบของการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่อกำกับและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในพื้นที่ และจัดทำข้อตกลงการซื้อขายผลปาล์มคุณภาพระหว่างเกษตรกรกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ตามรูปแบบของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำแผนปฏิบัติการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลให้จังหวัดใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการผลิตการตลาดสินค้าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในระดับพื้นที่ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีที่ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการพืชเกษตรสำคัญตลอดห่วงโซ่การผลิต  เรื่องการประกาศมาตรฐานโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนร่างประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดวัตถุดิบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม แยกเป็น โรง A ต้องสกัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 18% และ โรง B ต้องสกัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 30% เพื่อผลักดันให้มีการบังคับใช้โดยเร็ว ตามความเห็นของสภาเกษตรกรแห่งชาติและเกษตรกรส่วนใหญ่อีกด้วย

Advertisement

นายวิชัยกล่าวต่อว่า หากทั้ง 3 มาตรการสามารถเร่งรัดให้เกิดขึ้นได้ไม่เกินเดือนตุลาคมนี้ จะช่วยลดปัญหาน้ำมันปาล์มล้นตลาด จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.5-3.8 แสนตัน เข้าสู่ภาวะปกติไม่เกิน 2 แสนตัน และราคารับซื้อปาล์มสดที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันไม่ต่ำกว่า 18% ในคราคาไม่ต่ำกว่า 3.0-3.50 บาท จากปัจจุบันรับซื้อปาล์มสด 2.90-3.40 บาทต่อกิโลกรัม

“เราต้องเร่งดำเนินเพื่อลดความเดือดร้อนประชาชน และป้องกันปัญหาปาล์มสดฤดูกาลใหม่ที่จะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ปีหน้า ที่คาดว่าจะมีผลผลิตปี 2561/62 เพิ่มอีก 8% หรือปริมาณ 15.4 ล้านตัน  หรือคิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 2.8 แสนตัน รวมกับสต๊อกที่มีอยู่ หากไม่ได้รับการระบายส่วนเกิน สต๊อกอาจล้นถึง 6 แสนตัน ดังนั้น แนวทางช่วยเหลือจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ เชื่อว่าภายใน 3-4 เดือนหลังจากใช้มาตรการจะทำให้สต๊อกน้ำมันปาล์มเข้าสู่ปกติไม่เกิน 2 แสนตัน ซึ่งเพียงพอกับความต้องการและส่งออก” นายวิชัยกล่าว