“ทอท.”แผลเหวอะ วงเสวนาจวกยับผูกขาด ดัน”สุวรรณภูมิ”เทียบชั้นสนามบินโลกไม่ได้

18.10.18 | 15:10 น.

วันที่ 18 ตุลาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี นายวิเชียร พงศธร รองประธาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยภายในงานเสวนา หัวข้อ “สุวรรณภูมิ สนามบิน 1 ใน 3 ของโลก…ฝัน หรือ เป็นได้จริง ?” ว่า จากกรณีที่โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (เทอร์มินอล) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าหลายหมื่นล้าน ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ได้รับความสนใจจากประชาชนหลายสาขาอาชีพ โดยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง พร้อมเกิดข้อกังวล สงสัยต่างๆ และมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ในขณะนี้ ทั้งประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบ เอื้อประโยชน์แก่บริษัทที่ชนะการประมูล และการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 นอกแผนแม่บทเดิม


“ผมขอย้ำว่า การเสวนาวันนี้ ทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯและหน่วยงานที่ร่วมจัดไม่ได้ต้องการให้เป็นเวทีที่มาต่อว่ากันว่าใครผิดหรือถูก เนื่องจากเห็นว่า การวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญที่อยากเห็น คือ ทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ที่เข้าร่วมฟังเสวนา เปิดใจกว้างในการรับฟังข้อคิดเห็นที่แตกต่าง ช่วยกันเสนอแนะ และร่วมแสวงหาแนวทางออกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิ ได้กลายเป็นสนามบินชั้นนำของโลกได้จริง ไม่ใช่ฝันที่เกินจริงอีกต่อไป”

นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิสะท้อนถึงปัญหาระดับประเทศ โดยเฉพาะการบริหารงานของ ทอท. ที่ขาดการพัฒนาและปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธุรกิจสนามบินไม่ใช่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ธุรกิจที่มีการแข่งขัน ทำให้ ทอท.ไม่จำเป็นต้องปรับปรุงพัฒนาใดๆ เพราะมีกำไรถึงปีละ 3 หมื่นล้านบาทอยู่แล้ว ซึ่งกำไรที่ได้เป็นผลมาจากการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจากการพัฒนาปรับปรุงของ ทอท.

“เชื่อว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะสามารถก้าวไปสู่การเป็นสนามบินอันดับ 1 ใน 3 ของโลกได้ หากกระทรวงการคลังเอาจริงเอาจัง และนอกจาก ทอท.ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงแล้ว สำนักงานการบินพลเรือน ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล ทอท.ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ส่วนเรื่องของดิวตี้ฟรีนั้น สนามบินในเมืองไทยยังมีปัญหาเรื่องของสัมปทานที่ผูกขาดเพียงเจ้าเดียว ทำให้เกิดกำไรเพียง 17% ต่างจากสนามบินในต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหลายรายเข้ามารับสัมปทานซึ่งสร้างกำไรได้ถึง 40%” นางเดือนเด่นกล่าว

Advertisement

พล.อ.ต. ม.ล.ประกิตติ เกษมสันต์ เลขาธิการสภาสถาปนิก กล่าวว่า ปัญหาทางยุทธศาสตร์ การกำหนดเป้าหมาย และไม่ทำตามแผนแม่บท ส่งผลให้สนามบินสุวรรณภูมิไม่สามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ โดยสนามบินสุวรรณภูมิในปัจจุบันเปรียบเหมือนอยู่ในอันดับที่ 2 ของอำเภอเท่านั้น ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากการยื่นประมูลก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟสสองที่มีผู้ยื่นเสนอน้อยรายและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมา ทั้งที่เป็นงานระดับโลก

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิต้องคำนึงถึงผู้โดยสารเป็นสำคัญ โดยยกสนามบินชางงีของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสนามบินอันดับหนึ่งของโลกเป็นต้นแบบการพัฒนา โดยจะต้องลงลึกในรายละเอียดอย่างจริงจัง ซึ่งนอกจากการบริการ การอำนวยความสะดวกในทุกด้านแล้ว เรื่องของรันเวย์ และลานจอดก็มีความสำคัญและต้องพัฒนา เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวให้ได้ 70 ล้านคน ภายใน 10 ปีข้างหน้า

นายต่อตระกูล ยมนาค ผู้แทนโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) กล่าวว่า โครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเป็นหนึ่งในสองโครงการที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้มีการติดตามตรวจสอบ แต่กลับกลายเป็นว่า ทอท.ให้ความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูลน้อยที่สุด และที่ผ่านมา ทอท.ไม่สามารถตอบคำถามในประเด็นปัญหาต่างๆ ได้ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างในเฟส 2 ทำให้มีความกังวลว่าการลงทุนกว่า 1.4 แสนล้านบาท ของ ทอท.สูญเปล่า