วันที่ 18 ตุลาคม ที่อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมเพื่อมอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ผอ.สคต.) หรือทูตพาณิชย์ ได้เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การค้าโลกที่มีความผันผวนอย่างมากในปัจจุบัน มีปัจจัยกระทบสำคัญจำนวนมาก อาทิ สงครามการค้าสหรัฐอเมริกา-จีน ที่คาดว่าจะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานอย่างต่อเนื่อง การหดตัวของเศรษฐกิจจีน ค่าเงินหยวนลดต่ำลง และสถานการณ์ราคาน้ำมัน ซึ่งจากปัจจัยทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย รวมถึงประเทศในกลุ่มเอเชียด้วย แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงกำหนดเป้าหมายการส่งออกของประเทศไทยในปี 2562 ที่ 8% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะต้องเผชิญกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบของสถานการณ์การค้าโลก รวมถึงแนวโน้มอัตราการแข่งขันที่สูงขึ้น
นายสมคิด กล่าวว่า ส่วนการส่งออกปีนี้ ยังมั่นใจว่าการส่งออกในช่วงสุดท้ายของปีจะสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 8% ที่ตั้งไว้ ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพในการผลักดันการส่งออกได้ในหลายตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ที่ยังมีช่องทางขยายตลาดเพิ่มขึ้นได้ “ยอมรับว่ามีความพอใจกับเป้าหมายที่วางไว้ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำตามเป้าได้แน่นอน”
นายสมคิด กล่าวว่า ได้ให้กำลังใจทูตพาณิชย์ให้ทำงานอย่างเต็มที่ เปิดไฟเขียวให้สามารถเพิ่มกำลังคน เพื่อช่วยดำเนินงานให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ ทั้งนำคนจากส่วนกลาง หรือการจ้างคนในพื้นที่ที่รับชอบอยู่ ให้ช่วยดำเนินการแทน เพราะคนในพื้นที่ค่อนข้างมีความเชี่ยวชาญในบ้านตนเอง ที่บางครั้งตัวแทนจากไทยอาจยังนึกไม่ถึง การมอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์มองช่องทางที่จะสามารถทำได้ช่องทางอื่น ขยายตลาดเพิ่มจากเดิม และมองสินค้าที่อาจผลักดันส่งออกเพิ่มอีกได้ นอกเหนือจากสินค้ากลุ่มเดิม ที่ทั่วโลกอาจรู้จักอยู่แล้ว
“อยากให้ทุกคนมองโอกาสที่ได้เปรียบในพื้นที่ของตนเอง หากคาดว่าสามารถเพิ่มอะไรได้ ให้ทำไปเลย ไม่ต้องรอ และพร้อมสนับสนุนทุกฝ่ายอยู่แล้ว และอยากให้คิดว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน เป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าต่างๆ มากขึ้นของไทย เพื่อเข้าไปทดแทนในตลาดเดิมที่ได้รับผลกระทบท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น ส่วนตัวเลขเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ค่อนข้างพอใจมาก ถึงแม้ตัวเลขจะไม่เพิ่ม แต่ได้มูลค่าเพิ่ม อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน เพื่อผลักดันให้เป้าหมายสำเร็จ และขอชื่นชมทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนัก จนทำให้ที่ผ่านมา การส่งออกที่เกือบติดลบ กลับขึ้นมาเป็นบวกได้อย่างต่อเนื่อง”

