นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวเปิดงานโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดตราดว่า โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ให้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และวางแผนในการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนของตนเอง ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน ซึ่งโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีถือเป็นแนวคิดในการพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่ ที่มุ่งเน้นสร้างรายได้ตามความต้องการของชุมชน เพื่อเป้าหมายในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง และประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างแท้จริง โดยสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจชุมชน
นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า รวมถึงเน้นการดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านได้ขายสินค้าในชุนชนของตัวเองถือเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน ประกอบกับการดึงเสน่ห์แห่งภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์มาแปลงเป็นรายได้ ทำให้เกิดการกระจายรายได้ภายในชุมชน ช่วยส่งเสริมการสร้างหมู่บ้านให้เข้มแข็งไม่จำเป็นต้องออกไปหารายได้จากภายนอกชุมชน ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านการพัฒนา OTOP จากรูปแบบเดิมที่เน้น การผลักดันสินค้าไปขายในตลาดต่างๆ อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล จังหวัดตราดพร้อมเป็นต้นแบบในการสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องประชาชนมีโอกาสสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

“จุดท่องเที่ยวทั้ง 28 จุดของจังหวัดตราด ล้วนมีเอกลักษณ์และมีสินค้าเฉพาะตัว รวมถึงบรรยากาศของแต่ละชุมชนที่รายล้อมด้วยเกาะธรรมชาติทั้งเกาะช้าง เกาะกูด แหลมงอบ หาดทรายดำ ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และเพื่อเป็นการส่งเสริมตลาดชุมชนและกระตุ้นระบบเศรษฐกิจโดยรวม โอกาสนี้ผมขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้การสนับสนุนภูมิปัญญาและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของหมู่บ้านต่างๆ ใน จ.ตราด เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง และทำให้เห็นว่าการท่องเที่ยวของเมืองรอง สวยงามไม่แพ้เมืองหลักแต่อย่างใด”นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สำหรับ 3 สถานที่ท่องเที่ยวเมืองรองของจ.ตราด ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ 1.บ้านแหลมมะขาม ตั้งอยู่ที่อ.แหลมงอบ ต.แหลมงอบ หมู่ 3 ซึ่งมีความเด่นในเรื่องงานจักรสาน ทั้งการสานตะกร้าคลุ้ม ตะกร้าไม้ไผ่ รวมถึงการเย็บหมวกจากใบจาก อันเป็นมรดกภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบันนับเป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจลงมือทำด้วยตัวเอง นอกจากนั้นบ้านแหลมมะขาม ยังมีศูนย์เรียนรู้ตามรอยเสด็จฯ พระพุทธเจ้าหลวง 100 ปีแห่งการเสด็จสวรรคต (23 ต.ค.2553) เป็นศูนย์เรียนรู้ที่นำเสนอภาพประวัติศาสตร์สำคัญๆที่มีความหมายต่อเมืองตราดและต่อสยามประเทศในวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ที่หาชมได้ยาก

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า 2.บ้านคลองใหญ่ ตั้งอยู่ที่อ.แหลมงอบ ต.คลองใหญ่ หมู่ 1 โดยชุมชนแห่งนี้ตั้งเป้าที่จะสร้างสถานที่พายเรือคายัคขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยวให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติภายในชุมชนได้อย่างแท้จริง โดยหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีการสร้างอาคารดันน้ำเค็ม เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดไว้ใช้หล่อเลี้ยงพืชผลทางการเกษตร โดยป้องกันน้ำเค็มไม่ให้มาเจือปนแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรได้ และ 3.บ้านสลัก ตั้งอยู่ที่ อ.เขาสมิง ต.ท่าโสม หมู่ 3 โดยสินค้าโอทอปที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านนี้คือ น้ำพริกหอยนางรม และสับปะรดกวน ที่ทุกคนไม่ควรพลาด พร้อมผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเส้นผม ที่ชาวบ้านให้การันตีว่าใช้เพียง 3 ครั้ง! ก็จะไม่พบปัญหาผมหลุดร่วงอีกต่อไป สำหรับสถานที่ท่องของบ้านสลักที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือการแวะชมโครงการหอยตาโกลมโอชะและโบสถ์เก่าในวัดบ้านสลัก

