เป็นเรื่องที่ต้องติดตามเมื่อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงการคลังเมื่อสัปดาห์ก่อน ขอให้คลังหามาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยถือบัตรสวัสดิการ 11.4 ล้านคน โดยเฉพาะในกลุ่มคนชรามีจำนวนถึง 3.66 ล้านคน
งานนี้รองนายกฯ สั่งสำนักงบประมาณจัดหา “งบเพิ่มเติม” เพื่อนำมาใช้แจกสวัสดิการอีกกว่าเท่าตัว เมื่อรวมกับงบเดิม ซึ่งจัดสรรผ่านงบประมาณประจำปี 2562 ทำให้มีเงินถึง 1 แสนล้านบาท
ถือว่าไม่น้อย!
ยิ่งใกล้เลือกตั้งดูเหมือนรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้ สั่งการให้กระทรวงพลังงานหาแนวทางลดราคาน้ำมันกลุ่มคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มีข้อสรุป คือ ให้ส่วนลดซื้อน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในราคาต่ำกว่าปกติ 3 บาทต่อลิตร หรือไม่เกิน 450 บาทต่อเดือน
แว่วว่า มาตรการทั้งหมดต้องสรุปและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนปีใหม่ เพื่อชดเชยกับมาตรการที่กำลังจะหมดลง คือ ค่าจ้างในการอบรมและพัฒนาอาชีพให้คนละ 100 บาทต่อเดือน และ 200 บาทต่อเดือนจะสิ้นสุดปลายปีนี้
แม้ว่าการช่วยเหลือครั้งใหม่ จะเน้นในกลุ่มคนชราคนสูงวัย กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มคนชายขอบที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมอีกกว่า 3 ล้านคน
แต่การทุ่มเงินเพิ่มอีก 5-6 หมื่นล้านบาท จากเดิมเงินเพื่อใช้แจกสวัสดิการผ่านบัตรมีอยู่แล้วกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทำให้ถูกมองว่ารัฐบาลต้องการสิ่งที่มากกว่าการช่วยเหลือปกติ
ยิ่งขณะนี้ ทีมของนายสมคิด ทั้ง นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดดเข้าสู่การเมืองเต็มตัวในนามพรรคพลังประชารัฐ
จึงสะกิดใจหลายฝ่าย เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเดือน ก.พ.หน้าไหมหนอ!!
มาสุทธิ ตั้งภควัตกุล

